รมต.คลังอังกฤษ โละทิ้งแผนลดภาษีเดิมของนายกฯทรัสส์เกือบหมด ชี้ ปท.ต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของอังกฤษ แถลงผ่านโทรทัศน์ด้วยการประกาศยกเลิกมาตรการลดภาษีเกือบทั้งหมดที่อยู่ในแผนจัดทำงบประมาณของรัฐบาลนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรี ที่ได้เสนอไว้ก่อนหน้านี้ หลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วให้กับตลาด โดยชี้ว่าประเทศจำเป็นที่จะต้องฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา
นายฮันท์กล่าวว่า ประเทศจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่นและมีเสถียรภาพก่อนที่จะสามารถแสวงหาการเติบโตทางเศรษฐกิจ และว่า การเปลี่ยนแปลงแผนการลดภาษีนั้นจะช่วยทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น 32,000 ล้านปอนด์ต่อปี
“ผมยังคงมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจในระยะยาวของอังกฤษ ในขณะที่เราดำเนินการเพื่อการเติบโต แต่การเติบโตนั้นต้องการความมั่นใจและเสถียรภาพ และสหราชอาณาจักรจะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าเสมอ” นายฮันท์กล่าว
ค่าเงินปอนด์อังกฤษปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเงินดอลลาร์สหรัฐราว 1.2% เช่นเดียวกับราคาพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับสูงขึ้น หลังมีข่าวการปรับแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณใหม่ของรัฐบาลนางทรัสส์
อย่างไรก็ดี การปรับแผนงบประมาณดังกล่าวทำให้นางทรัสส์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของอังกฤษในรอบ 6 ปี ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในตำแหน่งนี้ที่เธอเพิ่งก้าวขึ้นมากุมบังเหียนได้ไม่ถึง 6 สัปดาห์ หลังจากที่เธอให้คำมั่นสัญญาในระหว่างการช่วงชิงขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีว่าจะลดภาษีลงอย่างเด่นชัด และยกเลิกกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
โดยนางทรัสส์ถูกบีบให้ต้องกลับลำแผนการทางเศรษฐกิจที่วางไว้หลังจากมาตรการต่างๆ ดังกล่าว โดยเฉพาะการลดภาษีได้สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักให้กับตลาด และฉุดเงินปอนด์และพันธบัตรรัฐบาลให้ร่วงลงอย่างหนัก จนธนาคารแห่งอังกฤษ (บีโออี) ต้องยื่นมือเข้าแทรกแซงระบบ
ในส่วนด้านพลังงาน ที่เดิมนางทรัสส์ประกาศโครงการอุดหนุนด้านพลังงานแก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเป็นเวลา 2 ปีในช่วงเวลาที่ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น คิดเป็นมูลค่า 60,000 ล้านปอนด์ในระยะเวลา 6 เดือนนั้น ต่อประเด็นนี้นายฮันท์กล่าวว่า โครงการอุดหนุนนี้จะดำเนินไปจากนี้จนถึงเดือนเมษายนปีหน้า แต่จะมีการควบคุมมากขึ้นหลังจากนั้น ทั้งนี้ นายฮันท์จะยังคงจัดทำแผนการคลังในระยะกลางที่สมบูรณ์ขึ้นตามกำหนดในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

