เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินของนิวซีแลนด์ ได้เสร็จสิ้นการอพยพนักท่องเที่ยวและชาวบ้านหลายร้อยคนที่ยังติดค้างอยู่ที่เมืองไคคูรา ของนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.8 แมกนิจูดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรืออาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมืองไคคูรา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์ ที่ผู้คนจะพากันไปชมฝูงวาฬในทะเล
ส่วนที่กรุงเวลลิงตัน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 250 กิโลเมตร และได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวรุนแรงในวันดังกล่าวและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเบื้องต้นคาดว่าจะไม่มีความเสียหายรุนแรง แต่จากการเข้าไปตรวจสอบของทีมวิศวกรพบว่า มีอาคารราว 60 แห่งในย่านชุมชนที่เกิดความเสียหาย จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนโดยรอบอาคารเหล่านี้ พร้อมกับอพยพผู้คนออกจากตึก และมีอาคารอยู่ 1 แห่งที่เกรงว่าอาจจะเกิดการถล่มลงมาได้ โดยนายจัสติน เลสเตอร์ นายกเทศมนตรีเวลลิงตัน เปิดเผยว่า โครงสร้างของอาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหว
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์แจ้งว่า เนื่องจากอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ตรงข้ามถนนหัวมุมของที่ทำการของทางสถานเอกอัครราชทูตมีอาการไม่มั่นคง เป็นผลให้การท้องถิ่นเวลลิงตันปิดถนนโดยรอบ และปิดการสัญจรทั้งหมดโดยรอบสถานเอกอัครราชทูต และไม่ให้ผู้ที่พักอาศัยหรือทำงานบริเวณดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูต จึงจำเป็นต้องหยุดให้บริการกงสุลที่สถานเอกอัครราชทูต ในวันที่ 16 พฤศจิกายน จนกว่าจะมีกำหนดเป็นอย่างอื่น และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

