สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยกลุ่มหนึ่ง ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แลนเซตเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนระบุว่า จำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยภูมิภาคที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากที่สุดคือเอเชียใต้และแอฟริกา
ศาสตราจารย์มาจิด เอซซาติ แห่งวิทยาลัยอิมพีเรียลในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้นำการเขียนวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า “ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเส้นเลือดในสมองแตกและโรคหัวใจ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนราว 7.5 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี และความดันโลหิตสูงไม่ได้เป็นปัญหาของชาติตะวันตกหรือประเทศร่ำรวยอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาของกลุ่มประเทศยากจน
ในช่วงระหว่างปี 2518-2558 จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น จาก 594 ล้าน เป็นมากกว่า 1,100 ล้านคน และมากกว่าครึ่งของผู้ใหญ่ที่เป็นความดันโลหิตสูง หรือราว 590 ล้านคน อยู่ในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว มี 226 ล้านคนอยู่ในจีน และ 199 ล้านคนอยู่ในอินเดีย ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในประเทศร่ำรวยอาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี และญี่ปุ่น ลดลงในระดับที่น่าพอใจ

