เงินเฟ้อญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดรอบ 8 ปี บททดสอบหนักของนโยบายการเงินญี่ปุ่น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 3% ในเดือนกันยายน เป็นความท้าทายให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องตัดสินใจว่าจะมีการแก้ไขหรือรักษาจุดยืนด้านนโยบาย หลังค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 32 ปี ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งสูงขึ้น
การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้นำราคาของสดที่ผัวผวนมารวมด้วยแต่ผนวกราคาน้ำมันเข้ามาในการคำนวณ ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีซีพีไอในเดือนสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 2.8% ดัชนีซีพีไออยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้ที่ 2.0% มาต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว และเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2014
ญี่ปุ่นยังเผชิญกับแรงกดดันในด้านราคาที่ขยายวงกว้างขึ้นกว่าแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา แตะระดับต่ำกว่าระดับ 150 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ ทำให้มีการคาดการณ์มากขึ้นในตลาดการเงินว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะปรับเปลี่ยนท่าทีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ด้านดัชนีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่ได้นำราคาอาหารและราคาน้ำมันมาคิด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยดัชนีดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดิมในเดือนสิงหาคมที่ 1.6% นับว่าเป็นอัตราการปรับขึ้นต่อปีที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015
การเพิ่มขึ้นของดัชนีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานถูกธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเกณฑ์การวัดความรุนแรงของภาวะเงินเฟ้อ เข้าใกล้ระดับ 2% ที่ญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้สร้างความคลางแคลงใจต่อความเห็นของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เคยให้ความเห็นว่าราคาสินค้าในญี่ปุ่นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุที่ว่าภาวะเงินเฟ้อในญี่ปุ่นถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป ซึ่งสวนทางกับนโยบายการเงินที่รัดกุมเข้มงวดขึ้นของหลายประเทศทั่วโลก

