รัสเซียชี้ อาวุธยูเครน เสี่ยง ‘หลุดตลาดมืด-อยู่ในมือผู้ก่อการร้าย’
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมว่า รัสเซียชี้อาวุธอานุภาพสูงที่ตะวันตกส่งมาสนับสนุนขีดความสามารถทางการทหารของยูเครน เสี่ยงที่จะไหลเข้าสู่ตลาดมืด ซึ่งจะทำให้ยุทโธปกรณ์ดังกล่าวตกอยู่ในมือของพวกหัวรุนแรงและกลุ่มก่ออาชญากรรมนานาชาติ
มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า อาวุธส่วนหนึ่งที่ชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ส่งให้แก่ยูเครน ซึ่งประกอบด้วยระบบปืนใหญ่อย่างน้อย 700 ระบบ ระบบขีปนาวุธ 80,000 ระบบ กระสุนปืนใหญ่ 800,000 ลูก และกระสุนปืนอีก 90 ล้านนัดนั้น ได้เข้าสู่ตลาดมืด หรือจ่อที่จะเข้าสู่แหล่งดังกล่าวเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้อาวุธจากนาโตเหล่านี้จบลงในมือของผู้ก่อการร้าย พวกหัวรุนแรง และกลุ่มก่ออาชญากรรมในตะวันออกกลาง แอฟริกากลาง และเอเชีย
อย่างไรก็ดี ซาคาโรวา ไม่ได้กล่าวถึงหลักฐานอ้างอิงคำกล่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ รัสเซียได้ออกมาเตือนประเด็นดังกล่าวมาตลอด แม้ว่าจะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าอาวุธดังกล่าวจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ใด
สอดคล้องกับที่ เยอร์เกน สต็อก เลขาธิการองค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า อาวุธขั้นสูงส่วนหนึ่งที่ถูกส่งไปยังยูเครนจะตกอยู่ในมือของกลุ่มก่ออาชญากรรม รวมถึงที่สำนักงานตำรวจสากลแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรโพล) กล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า กำลังทำงานร่วมกับยูเครนอย่างใกล้ชิดในการบรรเทาการลักลอบค้าอาวุธ เนื่องจากยูโรโพลเตือนว่าจำนวนของอาวุธและระเบิดที่เพิ่มมากขึ้นในยูเครนอาจนำไปสู่การลอบค้าอาวุธในยุโรปที่สูงขึ้นได้ โดยที่ภัยคุกคามนี้อาจสูงขึ้นทันทีที่สงครามในยูเครนจบลง

