
พรรคคอมมิวนิสต์จีน รับรองสถานะ “สี จิ้นผิง” เป็น “แกนหลัก” พรรค เปิดชื่อคณะกรรมการกลางชุดใหม่ ไร้ชื่อ ‘หลี่ เค่อเฉียง’
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีขึ้นประจำทุก 5 ปี ได้ปิดฉากลง โดยที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้รับการรับรองสถานะการเป็น “แกนหลัก” ของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งการรับรองดังกล่าวเป็นสิ่งรับประกันว่านายสีจะได้รับอำนาจการเป็นผู้นำจีนสูงสุดต่อเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
โดยในการปิดประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ดำเนินมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้วนั้น ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยตัวแทนสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศจำนวนราว 2,300 คน ยังได้รับรองการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในคณะผู้กำหนดนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย โดยหนึ่งในนั้นมีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ที่ไม่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการกลางชุดใหม่ด้วย ซึ่งเป็นการเปิดทางให้นายสีได้แต่งตั้งพันธมิตรที่เป็นคนของตนเองเข้ามาแทน
ในการกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกำหนดการสุดท้ายของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ ที่จัดขึ้นที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า “จงกล้าต่อสู้ กล้าที่จะชนะ ทำงานให้หนัก และมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง”
เอเอฟพีรายงานว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งนี้ ที่ถูกมองว่าเป็นสภาตรายางนั้น นายสีมุ่งหมายที่จะหลีกเลี่ยงการสร้างเซอร์ไพรส์ใดๆ ในขณะที่เขาจะสามารถกระชับอำนาจไว้ในมือได้ต่อไปอีก 5 ปี ทว่ายังมีการเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อปรากฎว่านายหู จิ่นเทา อดีตประธานาธิบดีจีน ได้ถูกทางออกไปในช่วงพิธีปิดการประชุม โดยไม่มีคำชี้แจงแต่อย่างใด
จากนั้นตัวแทนพรรคในการประชุมได้อนุมัติการเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกคนสนับสนุน “สถานะแกนหลักของสหายสี จิ้นผิง ในคณะกรรมการกลางพรรคและในพรรคทั้งหมด” ตามมติเอกฉันท์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงธรรมนูญพรรค นั่นส่งผลให้ตอนนี้ประธานาธิบดีสี มีความพร้อมที่จะได้รับการเปิดเผยในฐานะเป็นเลขาธิการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่อไปในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคมนี้ หลังจากการประชุมของคณะกรรมการกลางชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว ซึ่งยังเป็นการเปิดทางให้นายสีจะได้รับการรับรองเป็นประธานาธิบดีจีนเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งจะมีการประกาศในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ(สภานิติบัญญัติของจีน)ประจำปี ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้าต่อไปด้วย
สำหรับสมาชิกคณะกรรมกลางชุดใหม่ของพรรคอมมิวนิสต์จีน ที่มีราว 200 คน ซึ่งได้รับการเลือกใหม่ก่อนหน้าที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จะปิดประชุมลงในวันนี้ โดยรายชื่อของสมาชิกชุดใหม่ดังกล่าวที่้ถูกเปิดเผยออกมานั้น แสดงให้เห็นว่า 4 ใน 7 คนที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการถาวรกรมการเมือง(โปลิตบูโร) ซึ่งเป็นคณะผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมการกลางชุดใหม่นี้ด้วยแต่อย่างใด โดยหนึ่งในนั้นที่จะลงจากตำแหน่งดังกล่าวไปคือ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน อายุ 67 ปี นายหวัง หยาง อายุ 67 ปี ซึ่งมีการคาดหมายก่อนหน้านี้ว่าจะขึ้นมาแทนที่นายหลี่ เค่อเฉียง นอกจากนี้ยังมีนายหาน เจิ้ง อายุ 68 ปี และนายหลี่ จานชู่ อายุ 72 ปี ที่หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการถาวรกรมการเมืองด้วย
โดย 2 คนหลังเป็นที่คาดหมายอยู่ก่อนแล้วว่าจะลงจากตำแหน่ง เนื่องจากมีอายุเกินเกณฑ์ 68 ปี ที่จะร่วมเป็นสมาชิกในคณะกรรมการถาวรกรมการเมืองได้ ส่วนนายหลี่ เค่อเฉียง และนายหวัง ยังอาจที่จะนั่งอยู่ในคณะกรรมการถาวรที่มีสมาชิกทั้งสิ้น 7 คน หรืออยู่ในคณะโปลิตบูโรที่มีสมาชิกรวม 25 คนต่อไปอีก 5 ปีได้
ทว่าสำนักข่าวเอพีระบุว่า การไม่ได้รับเลือกอยู่ในคณะกรรมกลางชุดใหม่ดังกล่าว นั่นหมายความว่านายหลี่ เค่อเฉียง และนายหวังอาจจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ร่วมนั่งอยู่ในคณะกรรมการถาวรกรมการเมืองอีกต่อไปด้วย
นอกจากนี้ยังมีแกนนำระดับสูงที่ไม่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการกลางชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วยอีกหลายคน อาทิ นายหยาง เจียฉี นักการทูตระดับสูง และ นายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ อายุ 70 ปี ซึ่งเคยเป็นผู้นำคณะเจรจาทางการค้าของจีนในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐอเมริกาในศึกสงครามการค้าจีน-สหรัฐ
