ตามคาด! สี จิ้นผิง นั่ง ‘เลขาฯพรรคคอมมิวนิสต์จีน’ ต่อ เปิดตัว 7 โปลิตบูโรชุดใหม่
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมว่า คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีมติให้นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสมัยที่ 3 ทั้งยังรักษาตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางของจีนอีกด้วย หลังปิดฉากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ดำเนินมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ที่มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน การดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นสมัยที่ 3 ทำให้นายสีเป็นผู้นำจีนที่ทรงอิทธิพลที่สุดนับตั้งแต่เหมา เจ๋อตุง อดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน
การที่นายสีรักษาเก้าอี้เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้อีกสมัยทำให้แทบจะเป็นที่แน่นอนว่านายสี จิ้นผิง จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานาธิบดีของจีนต่ออีกสมัยเช่นกัน ในงานประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติ หรือเอ็นพีซี (NPC) ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมปี 2023
หลังจากได้รับเลือกจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่ออีกสมัย นายสีได้กล่าวขอขอบคุณสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมกับรับปากว่าจะทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียรเพื่อให้สมกับการที่ได้รับความวางใจจากพรรคคอมมิวนิสต์และประชาชนชาวจีน
สีกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนไม่สามารถพัฒนาได้หากไม่มีโลก และโลกก็ต้องการจีนเช่นกัน หลังจาก 40 ปีของความพยายามอย่างไม่ย่อท้อเพื่อมุ่งไปสู่การปฏิรูปและการเปิดกว้าง จีนได้สร้างปาฏิหาริย์ 2 อย่าง หนึ่งคือการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว
ภายในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน มีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการโปลิตบูโรคนใหม่ทั้งหมด 7 คนด้วยกัน โดยในรายชื่อดังกล่าว มีชื่อของสี จิ้นผิงในคณะกรรมการด้วย อีกทั้งยังมีบรรดาคนสนิทของนายสีรวมอยู่ในนั้น 4 คนด้วย
กลุ่มคนสนิทของนายสีประกอบด้วย นายหลี่ เฉียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครเซี่ยงไฮ้ โดยนายหลี่ เฉียงได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเบอร์ 2 ในพรรคคอมมิวนิสต์จีนรองจากนายสี จิ้นผิง ทำให้มีโอกาสสูงมากที่นายหลี่ เฉียงจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของจีนต่อจากนายหลี่ เค่อเฉียง ที่จะวางมือจากการดำรงตำแหน่งในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน ต่างจากนายกรัฐมนตรีของจีนส่วนใหญ่ที่ตามปกติแล้วจะต้องดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รายต่อมาคือนายติง เซวียเสียง ผู้รักษาตำแหน่งในคณะกรรมการโปลิตบูโรจากชุดก่อน รวมทั้งมีชื่อของนายหลี่ ชี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองกวางตุ้ง ผู้รักษาตำแหน่งในคณะกรรมการโปลิตบูโรจากชุดก่อนเช่นกัน และนายไช่ ฉี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำกรุงปักกิ่ง โดยในรายชื่อของคณะกรรมการโปลิตบูโรของจีนชุดล่าสุดนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่ไม่มีผู้หญิงอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
ขณะนี้เริ่มมีนักวิชาการออกมาให้ความเห็นหลังจากเห็นรายชื่อคณะกรรมการโปลิตบูโรชุดใหม่แล้ว เช่น นายอัลเฟรด วู มูหลวน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเมืองของจีนประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า “คณะกรรมการโปลิตบูโรชุดนี้เป็นคนของสีทั้งหมด ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าประธานาธิบดีสีต้องการที่จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของจีนมากกว่า 3 สมัย”

