‘ริชชี ซูนัก’ ประกาศลงชิงชัยเป็นทางการ ‘บอริส’ ดิ้นสู้ ยังหวังคว้าเก้าอี้รอบ 2
นายริชชี ซูนัก อดีตรัฐมนตรีคลังอังกฤษ ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษนิยม รวมถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะข่าวฉาวเพียงไม่ถึง 2 เดือน ก็ยังดิ้นรนที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำอังกฤษอีกครั้ง
ซูนัก วัย 42 ปี ให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะจัดการกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกของอังกฤษด้วยความซื่อสัตย์ ความเป็นมืออาชีพ และความรับผิดชอบ โดยเขาต้องการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความเป็นหนึ่งเดียวในพรรค และทำงานเพื่อประเทศอังกฤษ
“ผมจะทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีของคุณ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเราในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ในเวลานี้ยิ่งใหญ่มาก แต่หากเราเลือกได้ถูกต้อง โอกาสสำหรับเราก็จะเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์เช่นกัน” แถลงการณ์ของซูนักระบุ
ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนจอห์นสันกล่าวหาซูนักว่าเป็นคนที่ทำให้จอห์นสันต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนเวลาอันควรถึง 3 ปี หลังจากซูนักและรัฐมนตรีจำนวนหนึ่งพากันลาออกจากการร่วมรัฐบาลในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จนสร้างความระส่ำระสายในพรรคและนำไปสู่การลาออกของจอห์นสันในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ดี แม้การลาออกของจอห์นสันจะเกิดขึ้นท่ามกลางความตกต่ำในความยอมรับต่อการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีของเขา แต่ก็ยังคงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนุรักษนิยมจำนวนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนการกลับมาชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีของจอห์นสันในคราวนี้
แม้ซูนักจะได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมมากที่สุดในขณะนี้ที่ 141 เสียง และเป็นคนเดียวที่มี ส.ส.สนับสนุนเกิน 100 เสียง แต่เขาก็ยังไม่เป็นที่นิยมในพรรคอนุรักษนิยมจากบางคนที่มองว่า เขาเป็นต้นเหตุในความล่มสลายของจอห์นสัน
ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนของจอห์นสันกล่าวว่าพวกเขาสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนให้กับจอห์นสันได้มากกว่า 100 เสียงแล้ว แต่หลายคนยังคงไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการเพราะยังคงทำงานอยู่ในรัฐบาล โดยปัจจุบันผู้ที่ประกาศตัวว่าสนับสนุนจอห์นสันแล้วอยู่ที่ 56 คน
ขณะที่เพนนี มอร์ดัน อดีตรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ที่ 23 เสียง ยังคงแสดงความเชื่อมั่นถึงความก้าวหน้าในการหาเสียงสนับสนุนของเธอ พร้อมยืนยันว่าเธอลงแข่งขันในครั้งนี้เพื่อที่จะชนะ
อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมคนใดที่ออกมาพูดถึงนโยบายที่พวกเขาจะดำเนินการหากได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

