อีโบลาเริ่มแรง! ยอดผู้ป่วยพุ่ง 14 รายกลางเมืองหลวงยูกันดา
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางการของประเทศยูกันดาแถลงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมว่าพบยอดผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบล่าเพิ่มขึ้นอีก 9 ราย ในกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในเมืองหลวงพุ่งขึ้นเป็น 14 รายภายในเวลาเพียง 2 วัน อย่างไรก็ตาม ทางการยูกันดาประกาศว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในกรุงกัมปาลายังอยู่ในการควบคุม
ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เผยข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่า ขณะนี้ไวรัสอีโบลาได้คร่าชีวิตชาวยูกันดาไปแล้ว 44 รายทั่วประเทศนับตั้งแต่มีการรายงานพบการระบาดของไวรัสดังกล่าวในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวขององค์การอนามัยโลกไม่ตรงกับตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขของยูกันดาที่เผยว่าพบผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศอยู่ที่ 90 ราย และเสียชีวิต 28 ราย
Ruth Jane Aceng รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของยูกันดาเผยรายละเอียดกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 จาก 9 รายล่าสุดเป็นสมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลารายหนึ่ง โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 คนนี้อาศัยอยู่ในเขตมาซานาฟู ชุมชนแออัดในกรุงกัมปาลา
รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุขยูกันดากล่าวว่า ขอให้ชาวยูกันดาคอยระมัดระวังตัวเอง และแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขหากสัมผัส หรือใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ด้านนายโยเวรี มูเซเวนี ประธานาธิบดีของยูกันดา สั่งล็อกดาวน์ ประกาศเคอร์ฟิว และปิดสถานที่สาธารณะในเมืองคาซานดรา และเมืองมูเบนเด ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในยูกันดาในขณะนี้เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุขกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในกรุงกัมปาลายังอยู่ในการควบคุม และยังไม่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทางของประชาชนในเมืองหลวง และผู้ป่วยโรคอีโบลาในกรุงกัมปาลาขณะนี้กำลังอยู่ในการแยกกักตัว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
ไวรัสอีโบลาสามารถแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่งของผู้ป่วย อาการทั่วไปของโรคหลังได้รับเชื้อคือ มีไข้ อาเจียน ท้องเสีย และมีเลือดออก การหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ และไวรัสอีโบลาที่กำลังแพร่ระบาดในยูกันดาตอนนี้เป็นไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนเพื่อป้องกัน แต่องค์การอนามัยโลกเผยว่ายาที่จะมาต้านทานกับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานจะเข้าสู่กระบวนการทดลองทางคลินิกในอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้

