หน้าแรก ต่างประเทศ คุมอาณาจักร! ...

คุมอาณาจักร! “อี แจ ยอง” ทายาทใหญ่ ผงาดปธ.บริหาร ‘ซัมซุง’ เปิดกำไรไตรมาส 3 ร่วง 30%

27.10.22 | 14:29 น.
แฟ้มภาพ นายอี แจ ยอง ประธานบริหารของกลุ่มบริษัทซัมซุง (รอยเตอร์)

คุมอาณาจักร! “อี แจ ยอง” ทายาทใหญ่ ผงาดปธ.บริหาร ‘ซัมซุง’ เปิดกำไรไตรมาส 3 ร่วง 30%

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กลุ่มบริษัท ซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ ยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจของเกาหลีใต้ ได้แต่งตั้งให้นายอี แจ ยอง ทายาทของอดีตผู้บริหารสูงสุดของซัมซุง กรุ๊ป ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทและเคยต้องโทษจากคดีติดสินบนและฉ้อโกง ขึ้นเป็นประธานบริหารของซัมซุงคนใหม่ ในความเคลื่อนไหวที่่่บ่งชี้ว่าบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ ได้ตกอยู่ภายใต้การนำของผู้นำรุ่น 3 แห่งตระกูลอี ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายอี แจ ยอง อายุ 54 ปี ถือเป็นนายใหญ่โดยพฤตินัยของซัมซุง กรุ๊ป มาหลายปีแล้วนับจากนายอี กุน ฮี ผู้เป็นบิดาและประธานบริหารของซัมซุง ล้มป่วยลงจนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตลงในปี 2020

อี แจ ยอง ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ ตั้งแต่ปี 2012 ที่รอขึ้นสืบทอดอำนาจควบคุมอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้แห่งนี้ แต่เขาต้องเผชิญกับกรณีอื้อฉาวในคดีติดสินบนและฉ้อโกงในปี 2017 ซึ่งถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษจำคุก แต่ อี แจ ยอง ได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีและได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำภายใต้ทัณฑ์บนในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากถูกจองจำอยู่ในคุก 207 วัน ซึ่งเป็นการชดใช้โทษเพียงกว่าครึ่งหนึ่งจากโทษจำคุกที่เขาได้รับ

ในแถลงการณ์ของประธานาธิบดีมุน แช อิน ของเกาหลีใต้ในขณะนั้นระบุว่าการอภัยโทษให้ทายาทอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ผู้นี้มีขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของชาติและขอให้สาธารณชนเข้าใจ

ด้านกระทรวงยุติธรรมระบุว่าการตัดสินใจปล่อยตัวนายอี แจ ยองนั้นมีขึ้นหลังจากพิจารณาถึงผลกระทบของการโรคระบาดที่มีต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้และตลาดโลก อีกหนึ่งปีถัดมานายอี แจ ยอง ยังได้รับอภัยโทษจากประธานาธิบดียุน ซอกยอล ผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่ด้วย

Advertisement

ข่าวการขึ้นเป็นประธานบริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทซัมซุง ยังมีขึ้นในวันเดียวกับที่ ซัมซุง ผู้ผลิตชิปและสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่โลก ประกาศผลกำไรในไตรมาส 3 ของปีนี้ว่า ลดลงไปมากถึง 31% โดยมีกำไรอยู่ที่ 10 ล้านล้านวอน ลดลงจาก 15.8 ล้านล้านวอนในไตรมาสเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว พร้อมกับเตือนว่าความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกอาจทำให้ดีมานด์ในตลาดเบาบางลงไปจนถึงปีหน้าได้ ขณะที่เศรษฐกิจโลกที่อยู่ในช่วงขาลงได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์