‘มัสก์’ เจ้าของทวิตเตอร์คนใหม่ แผลงฤทธิ์! ไล่ซีอีโอออก หลังปิดดีลซื้อกิจการ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์

(REUTERS)

‘มัสก์’ เจ้าของทวิตเตอร์คนใหม่ แผลงฤทธิ์! ไล่ซีอีโอออก หลังปิดดีลซื้อกิจการ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เจ้าของบริษัทเทสลา มอเตอร์ และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ขึ้นเป็นเจ้าของบริษัททวิตเตอร์แล้วเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม หลังสิ้นสุดข้อตกลงซื้อแอพพลิเคชั่นยอดนิยม ราคาถึง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.63 ล้านล้านบาท ตามคำสั่งศาลเป็นที่เรียบร้อย หลังต้องผ่านมรสุมแห่งความปั่นป่วน ทั้งการเปลี่ยนใจล้มดีลกะทันหัน ไปถึงการขึ้นศาลเพื่อสิ้นสุดคดีแพ่งดังกล่าว

มัสก์ เจ้าของทวิตเตอร์คนใหม่ ประกาศกร้าวที่จะยกระดับแอพพ์นกฟ้าด้วยความทะเยอทะยานสูงส่งหลายประการ ซึ่งรวมถึงการกำจัดบัญชีปลอมจำนวนมาก สร้างอัลกอริธึมที่จัดการการนำเสนอคอนเทนต์ให้ตรงเป้าผู้ใช้งาน และป้องกันทวิตเตอร์ไม่ให้เป็นเพียง “ห้องเสียงสะท้อน” (Echo chamber) ของความแบ่งแยกและความเกลียดชัง

อย่างไรก็ดี มัสก์ ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างไร แต่เขาได้ประเดิมการเป็นผู้นำทวิตเตอร์ด้วยการไล่คณะผู้บริหารระดับสูงของแอพพ์ดังกล่าวออก 3 คน ได้แก่ ปารัก อักราวาล ประธานผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) เนด เซกัล ผู้บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) และวิจายา แกดด์ ผู้บริหารด้านกฎหมายและนโยบาย ด้วยข้อกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านี้ทำให้มัสก์และผู้ลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขของบัญชีปลอมในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนี้

ทั้งนี้ เส้นทางการเป็นเจ้าของทวิตเตอร์ของมัสก์ค่อนข้างปั่นป่วน เริ่มต้นด้วยการที่มัสก์เปิดเผยว่าเป็นผู้ถือหุ้นทวิตเตอร์รายใหญ่ที่สุดของบริษัทที่ 9.2% เมื่อเดือนเมษายน และประกาศซื้อแอพพ์นกฟ้าด้วยราคา 54.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในเดือนเดียวกัน แต่ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น มัสก์ได้โจมตีทวิตเตอร์ว่าเปิดเผยข้อมูลจำนวนบัญชีผู้ใช้ปลอมที่คลาดเคลื่อนและยังมียอดผู้ใช้งานจริงรายวันที่สร้างรายได้น้อยกว่า 5% ส่งผลให้ในวันที่ 8 กรกฎาคม มัสก์ตัดสินใจล้มดีลมูลค่ามหาศาลดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่าทวิตเตอร์หลอกลวงเกี่ยวกับจำนวนบัญชีปลอมและไม่ให้ความร่วมมือกับตน ซึ่งทางทวิตเตอร์ก็ได้ตอบโต้มัสก์ด้วยการฟ้องร้องเพื่อบังคับให้เขาปิดดีลข้อตกลงซื้อแอพพ์โดยเร็ว

Advertisement

จนในวันที่ 4 ตุลาคม มัสก์ ซึ่งมีกำหนดขึ้นศาลในคดีแพ่งดังกล่าวกับทวิตเตอร์ในเดือนเดียวกันนั้น ก็ได้ตัดสินใจพลิกเกมในชั่วพริบตาอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจทำตามข้อตกลงซื้อกิจการตามเดิม ซึ่งทางศาลรัฐเดลาแวร์ สั่งให้มัสก์ทำธุรกรรมดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 17.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องขึ้นศาลกับทวิตเตอร์อีกครั้ง

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม หุ้นทวิตเตอร์ปิดตัวในแดนบวก สูงขึ้น 0.3% อยู่ที่ 53.86 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในวันก่อนหน้านั้น มัสก์เผยแพร่ภาพขณะเดินเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ พร้อมแบกอ่างล้างมือไปด้วย และคำบรรยายภาพที่ว่า “let that sink in” ที่สื่อว่าเรื่องที่แล้วมาก็ปล่อยให้มันผ่านไป อีกทั้งยังเปลี่ยนคำบรรยายที่โปรไฟล์ทวิตเตอร์ตนเองว่า “Chief Twit.” (ประธานทวิต) อีกด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image