‘ไอเอ็มเอฟ’ หั่นคาดการณ์ ศก.เอเชีย ปีนี้โต 4% เหตุ ศก.จีนฉุด-เงินเฟ้อพุ่ง-การเงินโลกตึงตัว
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของเอเชียลง เหตุจากการตึงตัวของการเงินโลก อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอันเป็นผลจากสงครามยูเครน และการชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน ที่ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียลดลง
ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกของไอเอ็มเอฟ ที่เผยแพร่ในวันเดียวกันนี้ ระบุว่า ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในเอเชียยังคงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ แต่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้แน่ใจว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อจะไม่ลดลง
“การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเอเชียเมื่อต้นปีนี้ กำลังสูญเสียโมเมนตัม โดยอ่อนแอลงกว่าที่คาดในไตรมาสที่ 2 การเสริมนโยบายการเงินที่เข้มงวดจะมีความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับคืนสู่เป้าหมายและการคาดการณ์เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำ” นายกฤษณะ ศรีนิวาสาน ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกล่าว
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4% และในปี 2566 จะโตที่ 4.3% ลดลง 0.9 จุด และ 0.8 จุดตามลำดับจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในภูมิภาคมีขึ้นหลังจากขยายตัวถึง 6.5% ในปี 2564
“ในขณะที่ผลกระทบของการแพร่ระบาดลดลง ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับปัญหาใหม่จากการตึงตัวของการเงินโลกและการชะลอตัวของอุปสงค์จากภายนอก” ไอเอ็มเอฟระบุ และว่า ในบรรดาอุปสรรคใหญ่ที่สุดคือ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์โรคโควิด-19 ที่เข้มงวด และปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ย่ำแย่ลง
โดยไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะชะลอตัวลงอยู่ที่ 3.2% ลดลงจากการคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 1.2 จุด หลังจากเศรษฐกิจจีนในปี 2564 โตถึง 8.1% และคาดว่าจะโต 4.4% ในปีหน้า และ 4.5% ในปี 2567

