รัสเซียยุติระดมพล หลังเกณฑ์กำลังสำรองได้ตามเป้า 3 แสนนาย มะกันส่งอาวุธช่วยยูเครนเพิ่ม
รัสเซียประกาศยุติการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อเข้าร่วมสู้รบในยูเครนแล้วในวันศุกร์ (28 ต.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากเกณฑ์กำลังพลได้หลายแสนนายได้ตามเป้าภายในเพียงเดือนเดียว และได้ทำการส่งมากกว่า 1 ใน 4 ของกำลังพลสำรองใหม่เข้าไปในสมรภูมิรบยูเครนแล้ว หลังจากรัสเซียประกาศระดมพลในการสู้รบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
นายเซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซีย แจ้งต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในระหว่างการประชุมหารือที่ทำเนียบเครมลินว่า ภารกิจเกณฑ์กำลังพล จำนวน 300,000 นาย ตามที่กำหนดได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยกำลังพล 82,000 นาย ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่สู้รบแล้วและที่เหลือกำลังเข้ารับการฝึกอยู่
ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวขอบคุณกำลังพลสำรอง สำหรับการอุทิศตัวเพื่อหน้าที่ ความรักชาติ และความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะปกป้องประเทศ ปกป้องรัสเซียซึ่งหมายถึงบ้าน ครอบครัว พลเมืองและประชาชนของเรา
ผู้นำรัสเซียและรัฐมนตรีกลาโหมยังยอมรับว่ามีปัญหาในช่วงแรกๆ ของการระดมกำลังพล โดยนายชอยกูกล่าวว่า ปัญหาเบื้องต้นในการเกณฑ์กำลังพลได้รับการแก้ไขนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ขณะที่ปูตินกล่าวว่า ความผิดพลาดอาจเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากรัสเซียไม่ได้ระดมกำลังพลมาเป็นเวลานาน แต่บทเรียนนั้นได้รับการเรียนรู้แล้ว
ทั้งนี้ การประกาศระดมกำลังพลสำรองเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาของประธานาธิบดีปูตินมีขึ้นเมื่อเขารับรองแผนการผนวก 4 แคว้นของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
วันเดียวกัน มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังได้ประกาศที่จะส่งความช่วยเหลือทางทหาร มีมูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับยูเครน ซึ่งรวมถึงอาวุธ กระสุนและยุทโธปกรณ์ทางทหารต่างๆ จากกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ทำให้ความช่วยเหลือทางทหารของรัฐบาลโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มอบให้กับยูเครน มีมูลค่ารวมกว่า 18,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

