สะพานแขวนในอินเดียถล่ม เท 500 ชีวิตลงแม่น้ำ ยอดดับพุ่ง 130 ศพ
กรณีเกิดอุบัติเหตุสะพานถล่มขึ้นที่รัฐคุชราต ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของอินเดีย ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนบนสะพานตกลงไปยังแม่น้ำมักชู โดยในเบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 130 ราย และยังคงมีการค้นหาผู้สูญหายอีกกว่า 100 คนที่คาดว่าจะติดอยู่ในแม่น้ำ

ภาพจากท้องที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งที่ยังคงเกาะอยู่บนบางส่วนของสะพานแขวนที่จมอยู่ในน้ำ โดยมีรายงานว่ามีผู้คนมากถึงราว 500 คนที่อยู่บนสะพานดังกล่าวขณะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
ขณะที่ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นถึงความวุ่นวายของผู้ที่พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในน้ำท่ามกลางความมืด ขณะที่ผู้คนพยายามปีนหนีน้ำขึ้นมาตามสายสลิงที่เคยใช้ยึดสะพานซึ่งพังลงแล้ว และยังมีผู้คนจำนวนมากที่พยายามจะหาทางว่ายน้ำกลับเข้ามายังฝั่งท่ามกลางความมืดมิด
ทางการอินเดียระบุว่า ได้เร่งส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่แล้ว โดยได้มีการระดมหน่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ใกล้เคียงและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เบื้องต้นมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นผู้หญิงและเด็ก ขณะที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ 17 คน และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ทีมกู้ภัยจากกองกำลังตอบโต้เหตุฉุกเฉินแห่งชาติของอินเดีย 5 ทีมไปถึงจุดเกิดเหตุแล้ว และเร่งทำงานกันทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่ทั้ง 3 เหล่าทัพของอินเดียก็ถูกสั่งให้เข้าร่วมกับปฏิบัติการช่วยเหลือ เช่นเดียวกับทีมแพทย์ที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุแล้ว แต่การทำงานของพวกเขาไม่ง่ายนักเนื่องจากไม่มีแสงไฟในพื้นที่

ด้านนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ในรัฐคุชราต แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งประกาศจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงญาติของผู้เสียชีวิต โดยเขายังได้หารือกับมุขมนตรีของรัฐคุชราต และว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุแล้ว
สะพานแขวนที่มีความยาว 230 เมตรแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในยุคอาณานิคมที่อังกฤษปกครองอินเดียในศตวรรษที่ 19 มีอายุเก่าแก่เกือบ 150 ปี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อยู่ห่างจากเมืองอาห์เมดาบัด เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐคุชราตราว 200 กิโลเมตร
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เพิ่งมีการเปิดสะพานให้ผู้คนใช้งานใหม่เพียง 4 วัน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ปิดเพื่อทำการซ่อมแซมมานานกว่า 7 เดือน โดยผู้ต้องการเข้าไปเดินบนสะพานต้องเสียเงินค่าตั๋ว 17 รูปี
บริษัทที่ทำการซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ชื่อ Oreva ผ่านการยื่นประมูลต่อรัฐบาล แต่บริษัทไม่ได้ยื่นเรื่องเพื่อขอให้ทางการทำการตรวจสอบความแข็งแรงของสะพาน ก่อนจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมอีกครั้ง


