หน้าแรก ต่างประเทศ ตร.เร่งตรวจสอ...

ตร.เร่งตรวจสอบ หลังมีกระทู้ในโลกออนไลน์ ชี้เป้ากลุ่ม ‘วัยรุ่นชาย’ ต้นตอโศกนาฏกรรมอิแทวอน

1.11.22 | 17:13 น.
(REUTERS)

ตร.เร่งตรวจสอบ หลังมีกระทู้ในโลกออนไลน์ ชี้เป้ากลุ่ม ‘วัยรุ่นชาย’ ต้นตอโศกนาฏกรรมอิแทวอน

หลังเกิดโศกนาฏกรรมคนเหยียบกันตายที่อิแทวอนเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ได้มีคนเกาหลีใต้รายนึงออกมาเล่าเหตุการณ์ในวันดังกล่าวผ่านกระทู้แฟนคาเฟ่ โดยกล่าวว่าตัวการที่เป็นไปได้ของเหตุสลดซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 156 ราย คือ กลุ่มวัยรุ่นชายที่หนึ่งในนั้นสวมที่คาดผมหูกระต่าย ที่อาจเป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดการผลักกันจนลามไปสู่การล้มทับและเหยียบกันตายขึ้น

โดยผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์คนดังกล่าวเล่าว่า ที่ตรอกข้างโรงแรมแฮมิลตัน ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีอิแทวอนทางออก 1 และเนินอิแทวอนบริเวณ “itaewon world street food” แหล่งรวมร้านอาหาร บาร์ต่างๆ มีผู้คนจากทุกสารทิศเดินมากระจุกตัวบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด ผู้คนไม่สามารถเดินไปไหนได้ แต่กลับมีวัยรุ่นชาย อายุ 20ปลายๆ บอกว่า “ไอ… เหี้…มาก ดันเหอะทุกคน” แล้วเพื่อนๆ ของเขาก็พูดว่า “ดันไป! ดันไป!” ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นที่เดิมเคลื่อนตัวกันอย่างช้าๆ แต่เป็นระเบียบ เกิดเบียดเสียดมากขึ้น จนออกันแน่น และเสียการควบคุม กระทั่งเกิดเป็นโศกนาฏกรรมดังที่เป็นข่าวขึ้นมา

สอดคล้องกับอีกกระทู้หนึ่งที่กล่าวว่า มีกลุ่มชายวัยรุ่นซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับกระทู้ข้างต้น ต้องการจะเดินไปยังคลับแห่งหนึ่งที่อยู่ปลายตรอกที่เกิดเหตุดังกล่าว แต่ไม่สามารถทนฝูงชนที่เคลื่อนไปช้าๆ บริเวณที่มีผู้คนแออัดได้ จึงเดินฝ่าแถวและเบียดผู้คน จนแนวการเคลื่อนตัวของผู้คนเสียขบวนและเกิดการล้มทับ กลายเป็นเหยียบกันครั้งใหญ่

ด้านหนังสือพิมพ์เซ-กเย อิลโบของเกาหลีใต้กล่าวว่า หลังคลิปวิดีโอขณะที่มีวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวตะโกนให้ “ดันไป! ดันไป!” นั้นถูกเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ของเกาหลีใต้ ตำรวจเกาหลีใต้ก็กำลังตรวจสอบเพื่อที่จะทำการสอบสวนกลุ่มวัยรุ่นชายเหล่านี้

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีกล่าวว่า กำลังตรวจสอบคำให้การของคนที่เกี่ยวข้องและวิดีโอดังกล่าว รวมถึงความน่าเชื่อถือระหว่างหลักฐานทั้งสองอยู่ ในประเด็นบทลงโทษที่เป็นไปได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งไม่มีผู้จัดงานหลัก เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า จะต้องวิเคราะห์หลักฐานทั้งสองอย่างถี่ถ้วนก่อน เนื่องจากประเด็นต่างๆ มีความแตกต่างกันมาก และว่า ถ้าหากพบว่าสถานการณ์เป็นแบบนั้นจริงๆ จะทำการสอบสวนภาคบังคับต่อไป

Advertisement