จีนลั่น ‘การเติบโตเศรษฐกิจ’ สำคัญอันดับ 1 หลังนักลงทุนกลัว ความกดดันทาง ศก.ถาโถม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ว่าเหล่าผู้กำหนดนโยบายของจีนได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาว่าความเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งแรกที่จีนให้ความสำคัญ ซึ่งจีนจะผลักดันให้เกิดขึ้นด้วยการปฏิรูปต่างๆ ในความพยายามอย่างชัดแจ้งที่จะบรรเทาความหวาดกลัวของผู้ลงทุน หลังการที่สี จิ้นผิง ขึ้นเป็นประธานาธิบดีต่อในสมัยที่ 3 และการใช้มาตรการคุมโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดจีนซึ่งมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
ในวิดีโอบันทึกการสัมภาษณ์ที่ถูกเปิดในงานการประชุมสุดยอดด้านการลงทุนของผู้นำทางการเงินระดับโลกซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1-3 พฤศจิกายน ที่ฮ่องกง ประเทศจีน เจ้าหน้าที่อาวุโสจากธนาคารกลางจีน หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลการธนาคาร ให้ความมั่นใจให้แก่นักลงทุนผ่านวิดีโอดังกล่าวว่า จีนจะรักษาให้ค่าเงินหยวนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มีเสถียรภาพ และจะยึดมั่นต่อยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ฟ่าง ชิงไห่ รองประธานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน กล่าวว่า ประธานาธิบดีสีตอกย้ำในรายงานการดำเนินงานว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นจุดศูนย์กลางของการทำงานของพรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงประเทศจีน และยังวิจารณ์สื่อต่างประเทศที่รายงานสถานการณ์การเติบโตของจีนว่า “ไม่ได้เข้าใจจีนอย่างถ่องแท้” และมีจุดโฟกัสแค่ในระยะสั้น
อี้ กัง ผู้ว่าธนาคารกลางจีน กล่าวว่า จีนจะปรับลดและเลิกกฎระเบียบของตลาดต่อไป ด้วยการปฏิรูป และนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และว่า โดยทั่วไปเศรษฐกิจของจีนยังคงอยู่ในทิศทางที่แม้ว่าจะมีความท้าทายและแรงกดดันเชิงลบ เขาคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นไปได้ของจีนจะรักษาระดับอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
ในด้านนโยบายทางการเงิน นายอี้ระบุว่า จีนจะยังคงใช้แผนทางการเงินแบบ “ปกติ” และคงอัตราดอกเบี้ย “เชิงบวก” ที่สื่อถึงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่จะช่วยอุ้มการเติบโตที่ถดถอย แต่เขายืนยันว่าค่าเงินหยวนยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ซึ่งช่วยรักษากำลังซื้อและทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ
นโยบายดังกล่าวของจีนที่สวนทางกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดของนานาประเทศได้สร้างความกังวลต่อค่าเงินหยวน ที่ได้อ่อนค่าไปแล้ว 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับที่ หวัง จุน ผู้อำนวยการของ China Chief Economist Forum กล่าวกลับรอยเตอร์ว่า อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นกดดันค่าเงินหยวน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จีนจะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยลงในระยะยาว
ด้านวิกฤตในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นายอี้แสดงความคาดหวังว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนจะสามารถหาทางออกได้อย่างสวยงาม
อย่างไรก็ดี เนื่องจากจีนจะยังคงใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ไปอีกอย่างน้อยจนกว่าจะพ้นช่วงฤดูหนาว การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในระยะสั้นยังคงไม่สดใสนัก

