หน้าแรก ต่างประเทศ อินโดกร้าวใส่...

อินโดกร้าวใส่ รบ.ทหารเมียนมา คือ ‘ผู้รับผิดชอบ’ วิกฤตความวุ่นวายในประเทศ

3.11.22 | 19:50 น.
FILE PHOTO (REUTERS)

อินโดกร้าวใส่ รบ.ทหารเมียนมา คือ ‘ผู้รับผิดชอบ’ วิกฤตความวุ่นวายในประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียประกาศกร้าวว่า รัฐบาลทหารเมียนมา คือผู้รับผิดชอบต่อความไม่คืบหน้าในการดำเนินการตามแผนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนที่ได้เห็นพ้องร่วมกันไว้ในปี 2021 เพื่อคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งภายในประเทศเมียนมา และเสริมอีกว่า อาเซียนได้ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองในการพยายามหยุดยั้งความรุนแรงในประเทศที่แตกแยกนี้ตั้งแต่การทำรัฐประหารในปีที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยอาเซียนได้เรียกร้องเมียนมาให้ดำเนินการตามแผนสร้างสันติภาพดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมในการเจรจาที่สร้างสรรค์ และการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน และการมีผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา เพื่อระงับเหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ที่กองทัพเมียนมาล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021

นางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย ซึ่งจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อจากกัมพูชาในปีหน้า กล่าวโทษรัฐบาลทหารเมียนมาในประเด็นดังกล่าวต่อรอยเตอร์ว่า ข้อวิจารณ์ไม่ควรพุ่งเป้ามาที่อาเซียน มันควรจะเพ่งเล็งไปที่รัฐบาลเมียนมา หากจะพูดคุยกันว่าใครเป็นคนผิด ใครที่ล้มเหลว มันไม่ใช่อาเซียน พวกเราทำในส่วนของเราแล้ว

มาร์ซูดีกล่าวอีกว่า อาเซียนจะมาพร้อมกับข้อเสนอและการนำแผนฉันทามติ 5 ข้อมาปฏิบัติใช้ล่าสุด ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในสัปดาห์หน้า และว่า อาเซียนจะอำนวยความสะดวกให้กับการเจรจาระดับชาติที่จะนำพาเมียนมาออกจากวิกฤตทางการเมือง ซึ่งเรารู้ดีว่าผู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาของเมียนมาได้ คือผู้คนภายในประเทศ ไม่ใช่บุคคลภายนอก

ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องเมียนมา ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาเซียนยังคงเห็นพ้องที่จะยึดแผนฉันทามติ 5 ข้อต่อไป แม้จะมีรัฐสมาชิกที่โกรธเกรี้ยวต่อความรุนแรงภายในเมียนมาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศใส่งานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นโดยกลุ่มชนกลุ่มน้อย และการประหารชีวิตนักกิจกรรมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

Advertisement

ขณะที่โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาออกมาตอบโต้ท่าทีของอาเซียนในการประชุมรอบล่าสุด โดยกล่าวโทษกลุ่มต่อต้านรัฐบาลสำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้น และว่า แรงกดดันให้ตั้งกรอบเวลาในการดำเนินการตามแผนสันติภาพให้กับเมียนมานั้น มีแต่จะส่งนัยสำคัญด้านลบมากกว่าด้านบวก