‘อิมราน ข่าน’ พ้นขีดอันตรายหลังถูกสอบสังหาร พรรคอ้างรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง

4.11.22 | 15:47 น.
REUTERS

‘อิมราน ข่าน’ พ้นขีดอันตรายหลังถูกสอบสังหาร พรรคอ้างรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง

สำนักข่าวเอเอฟพีและเอพีรายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน กำลังอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังถูกลอบยิงเข้าที่ขาขวา ในความพยายามลอบสังหารเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยแพทย์ระบุว่าอาการของนายข่านยังคงที่ และพ้นขีดอันตรายแล้ว

ขณะเกิดเหตุ นายข่าน อดีตนักคริกเก็ต และอดีตนายกรัฐมนตรี วัย 70 ปี กำลังอยู่ในเขตวาซิราบัด ประเทศปากีสถาน ระหว่างนำผู้ประท้วงหลายพันคนเดินทางจากเมืองละฮอร์ แคว้นปัญจาบ ไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศ เพื่อกดดันให้รัฐบาลของนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของปากีสถาน จัดการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น ระหว่างนั้นมีมือปืน 1 ราย สาดกระสุนจากอาวุธปืนพกใส่รถบรรทุกนำการประท้วงที่ขับอยู่ท่ามกลางผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 9 ราย ด้านนายข่านถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ขาขวา 2 นัดโดนหน้าแข้งและต้นขา

ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายไฟซาล บัตต์ ซึ่งถูกตำรวจจับกุมได้ทันที และรับสารภาพว่าเป็นผู้ยิงนายข่านจริงแต่ไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ภายหลังการจับกุม มีภาพวิดีโอที่ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพเผยแพร่ไปในอินเตอร์เน็ตว่าทำไปเพราะนายข่านสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน อีกทั้งยังให้การว่าไม่พอใจที่การเดินขบวนของนายข่านส่งเสียงดังระหว่างการละหมาด ในเวลาต่อมา มุขมนตรีประจำแคว้นปัญจาบระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนเผยแพร่วิดีโอดังกล่าวจะต้องถูกลงโทษทางวินัย

ภายหลังการลอบสังหาร ผู้สนับสนุนของนายข่านออกมารวมตัวกันในวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่จุดเกิดเหตุ หลายคนโบกธงของพรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf หรือพีทีไอ (PTI) ของนายข่าน โดยสมาชิกพรรคทีพีไอของนายข่านหลายคนอ้างว่าการลอบสังหารในครั้งนี้มีรัฐบาลปากีสถานอยู่เบื้องหลัง ขณะที่รัฐบาลได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารในครั้งนี้ ขณะที่พรรคพีทีไอประกาศว่าการเดินขบวนกดดันรัฐบาลจะมีขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน จนกว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้น

นายข่านพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของปากีสถานเมื่อเดือนเมษายน หลังถูกพรรคร่วมรัฐบาลลงคะแนนไม่ไว้วางใจ แต่นายข่านก็ยังคงเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมในประเทศแม้จะถูกขับออกจากเก้าอี้แล้วก็ตาม เขาได้ปลุกให้ประชาชนออกมาร่วมกันประท้วง โดยอ้างว่าตนเป็นเหยื่อของการสมรู้ร่วมคิดของนายชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานคนปัจจุบันและสหรัฐ ซึ่งต่างก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว

Advertisement

ทั้งนี้ ประเทศปากีสถานต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมมานานหลายสิบปี และนักการเมืองปากีสถานมักตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหาร ด้านนายกรัฐมนตรีชารีฟ และสหรัฐก็ได้ออกมาประณามความพยายามในการลอบสังหารในครั้งนี้แล้ว โดยนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ต้องไม่มีที่ยืนให้ความรุนแรงในการเมือง และขอให้ทุกฝ่ายละเว้นการใช้ความรุนแรง กลั่นแกล้ง และข่มขู่คุกคาม