อดีต จนท.ควบคุมโรคเผย จีนเล็งปรับนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ เร็วๆ นี้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า อดีตเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคจีนคนหนึ่งกล่าวในการประชุมที่จัดขึ้นโดย ซิตี้ ธนาคารเพื่อการลงทุนว่า จีนเตรียมจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รู้จักกันในชื่อนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” เร็วๆ นี้
เจิ้ง กวง อดีตหัวหน้านักระบาดวิทยาแห่งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน ผู้ซึ่งยังคงพูดถึงการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนอย่างตรงไปตรงมา กล่าวว่า โอกาสในการที่จีนจะเปิดประเทศเพิ่มขึ้น โดยนายเจิ้งได้อ้างถึงการพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ และความคืบหน้าของงานวิจัยในการผลิตยาต้านไวรัสของจีน
ต่อคำถามของ หยู เซียงหรง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของซิตี้ ที่ถามว่า จีนจะเปิดประเทศหลังจากการประชุมรัฐสภาประจำปีที่ตามธรรมเนียมแล้วจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมหรือไม่ นายเจิ้งผู้เคยเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิดที่เมืองอู่ฮั่นปี 2020 ตอบว่า จะมีการนำเสนอนโยบายใหม่หลายฉบับในช่วง 5-6 เดือนที่จะถึงนี้ โดยไม่ได้กล่าวถึงแหล่งข้อมูลดังกล่าว
อนึ่ง นายหยูปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อคำกล่าวของนายเจิ้ง ขณะที่ทั้ง 2 คนไม่ตอบสนองต่อการขอความเห็นจากรอยเตอร์
ก่อนหน้านี้ นายเจิ้งได้คัดค้านมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดเกินไปของจีน ซึ่งจะมีความเสี่ยงในการสร้างความลำบากให้ชาวจีน และในเดือนมีนาคม เขายังกล่าวว่า จีนจะหาหนทางในการเปิดประเทศที่ควบคุมได้และยืดหยุ่น
อย่างไรก็ดี จีนยังคงยึดมั่นต่อนโยบายโควิดเป็นศูนย์ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนและสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้คน แม้ตลาดของจีนจะกระเตื้องขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากข่าวลือซึ่งว่อนโซเชียลมีเดียที่ว่าจีนมีแผนจะเปิดประเทศในเดือนมีนาคมปีหน้า
ทั้งนี้ จีนรายงานยอดผู้ป่วยโควิดรายใหม่ภายในประเทศประจำวันที่ 3 พฤศจิกายน ว่าอยู่ที่ 3,871 ราย ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดในรอบ 6 เดือน หรือตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

