
มาเลย์หาเสียงคึกคัก ‘มหาธีร์’ อดีตนายกฯ วัย 97 ยังเจ๋ง ยื่นใบสมัครลงแข่ง ก่อนเลือกตั้งเปิดฉาก 19 พ.ย.
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในวัย 97 ปี ได้เดินทางไปลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งแล้วในวันเดียวกันนี้ ก่อนหน้าที่ศึกเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียจะมีขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกยนนี้
ที่อาจจะเป็นการลงสนามแข่งขันในศึกเลือกตั้งเป็นครั้งสุดท้ายของนายมหาธีร์ ผู้ได้รับการรับรองจาก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่อยู่ในตำแหน่ง หลังการหวนคืนสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 ของนายมหาธีร์ในปี 2018

โดยขณะที่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียได้เปิดฉากขึ้นแล้วในวันเดียวกันนี้ นายมหาธีร์ ที่แม้เห็นได้ชัดว่าดูเชื่องช้าลง แต่ก็ยังดูแข็งแรง ได้เดินทางไปลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้ง ที่สำนักงานรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองกัวห์ บนเกาะลังกาวี โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนนายมหาธีร์หลายสิบคน ซึ่งโบกธงประจำพรรคนักสู้แห่งมาตุภูมิของนายมหาธีร์ มาคอยต้อนรับ แสดงความสนับสนุน

เช่นเดียวกับนายอิสมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจากพรรคอัมโน รวมถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำกลุ่มปากาตัน ฮาราปัน กลุ่มพันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้เดินทางใบลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้ง ณ สำนักงานรัฐบาลท้องถิ่นในพื้นที่อื่นเช่นกัน
นายมหาธีร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่า ตนเชื่อมั่นว่าเรามีโอกาสที่จะชนะ และหัวเราะกับข้อเสนอแนะว่าเขาควรจะพักได้แล้ว
นายมหาธีร์ยังกล่าวเตือนด้วยว่า นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอัมโน ซึ่งได้รับโทษจำคุกอยู่ในขณะนี้จากคดีทุจริตกองทุน 1เอ็มดีบี อันอื้อฉาว อาจได้รับอิสรภาพ หากพันธมิตรทางการเมืองของนายนาจิบในพรรคอัมโน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่าทีนี้เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่า ปัญหาทุจริต จะเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการหาเสียงในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ด้านนายอันวาร์ได้กล่าวเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิกันให้มากๆ เนื่องจากหวั่นกลัวว่าจะมีฝนตกกระจายไปทั่วในฤดูมรสุม ที่อาจทำให้ผู้ออกมาใช้สิทธิกันน้อยลง
นักวิเคราะห์มองว่า ขณะที่คาดหมายว่านายมหาธีร์จะชนะการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งบนเกาะลังกาวีของเขาได้อย่างง่ายได้ แต่ความมุ่งหมายที่นายมหาธีร์จะได้ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 นั้นยังเป็นเรื่องยาก
การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ของมาเลเซียจะมีกลุ่มการเมืองอย่างน้อย 4 กลุ่ม ที่จะสู้ศึกชิงเก้าอี้เพื่อครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีทั้งสิ้น 222 ที่นั่ง ขณะที่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 21 ล้านคน
