นายกเล็กเคียฟเตือน ต้องอพยพ ปชช.หากไฟดับทั้งเมือง
นายวิตาลี คริตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของยูเครนว่า ชาวเมืองเคียฟต้องเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพออกจากเมือง หากเกิดการสูญเสียไฟฟ้าทั้งหมด พร้อมย้ำว่าการที่รัสเซียกำหนดเป้าหมายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ถือเป็นการก่อการร้ายและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
“ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่ได้ต้องการพวกเราชาวยูเครน เขาต้องการดินแดน และเขาต้องการยูเครนที่ไม่มีเรา นั่นเป็นสาเหตุที่ทำไมจึงเกิดทุกสิ่งขึ้นในขณะนี้ (การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน) เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ภารกิจของเขาคือทำให้เราตาย แช่แข็ง และทำให้เราหนีออกจากดินแดนของเราเพื่อที่เขาจะได้เข้ามาครอบครอง” คริตช์โกกล่าว
คริตช์โกกล่าวว่า ในขณะที่ทางการกำลังทำทุกอย่างเพื่อให้น้ำและไฟใช้งานได้ และมีการเตรียมการสำหรับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ชาวเคียฟ 3 ล้านคนควรเตรียมการที่จะไปอยุ่กับเพื่อนหรือญาตินอกเมืองที่ยังคงมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ เพื่อให้พวกเขามีแผนสำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากการจัดหาพลังงานไฟฟ้าและน้ำให้กับเคียฟหายไป
นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางการกำลังกักตุนเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำ ขณะที่ประชาชนก็ควรทำเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์พักพิงสำหรับทำความร้อนอย่างน้อย 1 พันแห่งทั่วเมือง เพื่อให้ผู้คนเข้าไปหาความอบอุ่นในกรณีฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่กรุงเคียฟรายหนึ่งบอกด้วยว่า หากฟ้าดับ น้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสียจะยุติการทำงานเช่นกัน
ทั้งนี้ ในฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเคียฟต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง และยังลดลงอีกในช่วงค่ำคืน ขณะนี้ปัจจุบันระบบพลังงานของยูเครนราว 40% ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจากการโจมตีโรงไฟฟ้าและระบบสายส่งของรัสเซีย
ตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานด้านมนุษยธรรมสำหรับแนวปฏิบัติในภาวะสงครามก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ควรทำการโจมตีวัตถุของพลเรือน

