หน้าแรก ต่างประเทศ อดีตผู้นำโสมใ...

อดีตผู้นำโสมใต้ จ่อเลิกเลี้ยงสุนัขที่ได้เป็นของขวัญจาก ‘คิมจองอึน’ เหตุไม่ได้รับจุนเจือจาก ปธน.ใหม่

7.11.22 | 17:00 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

อดีตผู้นำโสมใต้ จ่อเลิกเลี้ยงสุนัขที่ได้เป็นของขวัญจาก ‘คิมจองอึน’ เหตุไม่ได้รับจุนเจือจาก ปธน.ใหม่

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดีตประธานาธิบดีมุน แชอิน ของเกาหลีใต้ ระบุในวันจันทร์ (7 พ.ย.) นี้ว่ามีแผนจะเลิกเลี้ยงสุนัข 2 ตัว ที่ได้รับมอบเป็นของขวัญมาจากนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในระหว่างพบปะกันในการประชุมสุดยอดเมื่อปี 2018 โดยอ้างว่าเนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐบาลชุดใหม่ที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากตน

ทั้งนี้ นายมุนได้เลี้ยงสุนัขพุงซาน 2 ตัว ชื่อ “โกมิ” และ “ซงกัง” ซึ่งผู้นำคิมมอบให้นับแต่ถูกส่งมาถึงกรุงโซล และนายมุนได้นำสุนัขทั้งสองตัวไปเลี้ยงที่บ้านหลังจากวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยตามกฎหมายสุนัขพุงซาน 2 ตัวนี้ จัดเป็นทรัพย์สินของรัฐ ที่เป็นของหอจดหมายเหตุประธานาธิบดี แต่สำนักงานของนายมุนระบุว่า นายมุนได้รับมอบให้เป็นผู้ดูแลสุนัขทั้งสองตัวภายใต้การปรึกษาหารือกับหอจดหมายเหตุและกระทรวงมหาดไทยของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จากคำกล่าวอ้างของสำนักงานนายมุนระบุว่า หน่วยงานต่างๆ ได้หาทางแก้ไขกฎหมายเพื่อดูแลการอำนวยความสะดวกให้ รวมถึงการสนับสนุนทางการเงิน แต่ความพยายามดังกล่าวล้มเหลว เนื่องจาก “การคัดค้านที่ไม่ได้รับคำอธิบาย” จากรัฐบาลประธานาธิบดียุน ซอกยอล

โดยสำนักงานของนายมุนยังโพสต์เฟซบุ๊กทำนองว่า ดูเหมือนสำนักงานประธานาธิบดีจะมีท่าทีไปในทางลบต่อการดูแลจัดการสุนัขทั้งสองตัวต่ออดีตประธานาธิบดีมุน

Advertisement

ด้านสำนักงานประธานาธิบดีของนายยุนปฏิเสธว่ามีการขัดขวางการดำเนินการดังกล่าว โดยระบุว่าหน่วยงานต่างๆ ยังคงหารือกันอยู่ และสำนักงานประธานาธิบดีไม่ได้มีบทบาทใดๆ

โชซอนเดลี สื่อเกาหลีใต้รายงานก่อนหน้าในวันเดียวกัน อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลและรัฐสภาระบุว่ากำลังมีการถกเถียงกันว่าจะมีการจ่ายเงินสนับสนุนรายเดือนจำนวน 2.5 ล้านวอน หรือประมาณ 67,000 บาท ให้นายมุนเพื่อเลี้ยงสุนัขที่เป็นของขวัญจากผู้นำเกาหลีเหนือหรือไม่

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลหอจดหมายเหตุประธานาธิบดี ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อรายงานข่าวนี้ ด้านเจ้าหน้าที่รายหนึ่งจากกระทรวง Ministry of Government Legislation กล่าวว่า ทางกระทรวงไม่ได้คัดค้านแนวคิดนี้และกำลังหารือกันอยู่