รวมมิตรนักการเมืองมะกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐครั้งล่าสุด
วันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นหนึ่งวันให้หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ผลการนับคะแนนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของสภาคองเกรสจากทั่วประเทศ ก็ได้ทยอยเผยผลคะแนนและผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะประจำเขตต่างๆ ได้ ในการนี้ ได้มีนักการเมืองจำนวนหนึ่ง ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองสหรัฐขึ้น ดังนี้

– เคที บริทท์
ผู้สมัครชิงตำแหน่ง ส.ว. จากพรรครีพับลิกัน วัย 40 ปี ที่จะขึ้นเป็นผู้หญิงคนแรก ที่สามารถคว้าเก้าอี้ในตำแหน่งดังกล่าวประจำรัฐอลาบามาได้ ตามการคาดการณ์ของซีบีเอส นิวส์ โดยบริทท์ เอาชนะ วิลล์ บอยด์ จากพรรคเดโมแครต และจะมารับไม้ต่อจาก ริชาร์ด เชลบี ที่เกษียนอายุหลังจากดำรงตำแหน่งในวุฒิสภามายาวนานถึง 36 ปี

– แม็กเวลล์ ฟรอสต์
ผู้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. จากเขต 10 ของรัฐฟลอริดา สร้างสถิติเป็นนักการเมืองเจน Z คนแรกของการเมืองสหรัฐ ในวัยเพียง 25 ปี ซึ่งเขายังเป็นคนอเมริกันเชื้อสายคิวบา-แอฟริกันคนแรก ที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภาคองเกรสอีกด้วย

– มอรา ฮีเลย์
ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตวัย 51 ปี เตรียมขึ้นแท่นเป็นเลสเบี้ยนคนแรก ที่จะคว้าชัยชนะในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งฮีเลย์เอาชนะเหนือเจฟฟ์ ดีลฮ์ ผู้ลงสมัครจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็น ส.ส. ที่ได้รับการหนุนหลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยชัยชนะของเธอถือเป็นการสิ้นสุดการนำของพรรครีพับลิกันในตำแหน่งดังกล่าวที่ยาวนานถึง 8 ปี หลังจากที่ชาร์ลี เบเกอร์ ส.ส.รัฐแมสซาชูเซตส์คนก่อนหน้า ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
โดยในการหาเสียง ฮีเลย์ สัญญาที่จะพัฒนาให้ศูนย์สุขภาพเด็กมีค่าบริการที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เพิ่มการฝึกอบรมอาชีพ และสร้างการเข้าถึงการทำแท้งปลอดภัยและถูกกฎหมายขึ้นในรัฐดังกล่าว

– ซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส
อดีตโฆษกทำเนียบขาวของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส.รัฐอาร์คันซอส์จากพรรครีพับลิกัน เตรียมขึ้นเป็น ส.ส.หญิงคนแรกประจำรัฐดังกล่าว อีกทั้งเธอยังทำลายสถิติการระดมทุนสนับสนุนของผู้ว่าการรัฐด้วยยอดที่สูงถึง 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 111 ล้านบาท และเธอยังสัญญาว่าจะทำงานเพื่อต่อสู้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน และพวกฝ่ายซ้ายสุดโต่ง
ทั้งนี้ พ่อของแซนเดอรส์ คือ นายไมค์ แซนเดอร์ส ก็เคยดำรงตำแหน่ง ส.ส.รัฐอาร์คันซอส์มาก่อนในระหว่างปี 1996-2007

– เวส มัวร์
ผู้ลงสมัครจากพรรคเดโมแครตวัย 44 ปี จะขึ้นเป็น ส.ส.ผิวสีคนแรกของรัฐแมริแลนด์ อีกทั้งยังเป็น ส.ส.ผิวสีคนที่ 3 ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาคองเกรสในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐที่ยาวนานถึง 246 ปี

– มาร์กเวย์น มัลลิน
นายมาร์กเวย์น มัลลิน วัย 35 ปี จากพรรครีพับลิกัน มีแนวโน้มที่จะสร้างประวัติศาสตร์จากการเป็น ส.ว.ที่เป็นชนพื้นเมืองอเมริกันจากรัฐโอกลาโฮมาคนแรกในรอบเกือบ 100 ปี พรรครีพับลิกันครองเก้าอี้ ส.ว.ในรัฐโอคลาโฮมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1987
นายมัลลิน ผู้เป็นพลเมืองของชนพื้นเมืองเชอโรกี ที่ตั้งรกรากอยู่ในทางตอนตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐโอกลาโฮมา ได้รับเลือกเป็น ส.ส.รัฐโอกลาโฮมาในปี 2012
ผู้สมัครที่เป็นชนพื้นเมืองอเมริกันคนล่าสุดที่ได้รับตำแหน่ง ส.ว.ก่อนหน้านายมัลลิน คือ นายเบน แคมป์เบลล์ ผู้เป็นสมาชิกของเผ่าไชแอนน์เหนือในรัฐมอนทานา
– เจมส์ โรสเนอร์
นายเจมส์ โรสเนอร์ วัย 26 ปี จากพรรคเดโมเครต คาดว่าจะกลายเป็นผู้สมัครข้ามเพศคนแรก ที่อาจได้รับเลือกเป็น ส.ส.รัฐนิวแฮมป์เชียร์เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยโรสเนอร์ เป็นหนึ่งในผู้สมัครข้ามเพศ ที่ในปีนี้มาสมัครท้าชิงเก้าอี้ในสภาสหรัฐมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ตัวของนายโรสเนอร์เอง มีแนวคิดที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิในการทำแท้งในรัฐของตนอย่างนิวแฮมป์เชียร์ สิทธิในการได้รับค่าจ้างที่เท่าเทียมของสตรีชาวอเมริกัน และสนับสนุนกฎหมายปกป้องสิทธิของคู่รักเพศเดียวกัน ที่รวมถึง คุ้มครองการยอมรับการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน

– เคที โฮชูล
นางเคที โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมเครต วัย 64 ปี คาดว่าจะเบียดชนะ และรักษาเก้าอี้ของตนในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กที่สูสีที่สุดในรอบ 20 ปี เหนือผู้ท้าชิงอย่างนายลี เซลดิน จากพรรครีพับลิกัน นางโฮชูลเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก
โฮชูลรับปากว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดหาที่อยู่อาศัยในรัฐนิวยอร์ก แก้ปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงคุ้มครองสิทธิการทำแท้ง

– เดเลีย รามิเรซ
นางสาวเดเลีย รามิเรซ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วัย 39 ปี จากพรรคเดโมแครต มีแนวโน้มที่จะเป็นสตรีชาวละตินคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาจากรัฐอิลลินอยส์ โดยคาดว่าเธอจะชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหนือนายจัสติน บูรอว์ ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ของรัฐ
ในปี 2018 รามิเรซก้าวขึ้นเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายกัวเตมาลาคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภารัฐอิลลินอยส์ โดยทำงานในโครงการบ้านราคาถูก และปกป้องสิทธิการทำแท้งของรัฐ

