หน้าแรก ต่างประเทศ รัสเซียประกาศ...

รัสเซียประกาศถอนกำลังจากเคอร์ซอน ‘เซเลนสกี’ ชี้กับดักล่อกองทัพยูเครนไปตาย

10.11.22 | 09:16 น.
AP

รัสเซียประกาศถอนกำลังจากเคอร์ซอน ‘เซเลนสกี’ ชี้กับดักล่อกองทัพยูเครนไปตาย

กองทัพรัสเซียประกาศถอนกำลังทหารออกจากเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นประตูสู่ไครเมียที่รัสเซียยึดครองไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ยูเครนและนักวิเคราะห์ต่างเห็นว่าคำประกาศดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงกลอุบาย เพื่อล่อให้กองกำลังยูเครนเข้าสู่กับดักมรณะ

พล.อ.เซอร์เกย์ ซูโรวิกิน ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารระดับสูงของรัสเซียในยูเครน รายงานสถานการณ์ต่อนายเซอร์เกย์ ซอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รัสเซียว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดหาสิ่งของจำเป็นทางทหารกับเมืองเคอร์ซอน และการป้องกันเคอร์ซอนจะเป็นสิ่งไร้ประโยชน์

ซูโรวิกินกล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนราว 115,000 คน ที่อพยพออกจากเมือง และชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา พร้อมกับเสนอให้มีการถอนทัพในอนาคตเวลาอันใกล้ไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำนีเปอร์ ขณะที่ซอยกูเห็นด้วยกับการประเมินสถานการณ์ของซูโรวิกัน และสั่งให้เริ่มต้นปฏิบัติการถอนหาร และดำเนินมาตรการทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่ามีการถ่ายโอนบุคลากร อาวุธ และยุทธภัณฑ์ข้ามแม่น้ำนีเปอร์อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ดี ยูเครนเตือนถึงการประกาศถอนทหารออกจากเคอร์ซอนของรัสเซีย โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า ชาวรัสเซียแสร้งทำเป็นถอนกำลังออกจากเคอร์ซอน เพื่อล่อให้กองทัพยูเครนเข้าไปสู่จุดที่เป็นสมรภูมิรบ

นายมิไคโล โปลโดยัค ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า จนถึงขณะนี้เรายังไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่แสดงว่ารัสเซียกำลังจะถอนตัวออกจากเคอร์ซอน นั่นแปลว่าข้อความเหล่านี้อาจเป็นเพียงการบิดเบือน

Advertisement

เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ทางทหารที่มองว่า คำประกาศถอนทหารของรัสเซียอาจเป็นการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การซุ่มโจมตีและกับดักของรัสเซีย เพื่อบังคับให้ยูเครนบุกโจมตีและพยายามเจาะแนวป้องกันของรัสเซีย ก่อนที่รัสเซียจะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีอันทรงพลังแทน

หากรัสเซียถอนตัวจากเคอร์ซอนจริงอย่างที่ประกาศก็จะกลายเป็นความล้มเหลวสำคัญอีกครั้งหนึ่งของรัสเซีย หลังจากที่สามารถยึดเคอร์ซอนไว้ได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการบุกรุกยูเครน เช่นเดียวกับความพยายามในการยึดครองกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนที่ล้มเหลวไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการต้องละทิ้งคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการยึดครองก็ตาม