‘ไบเดน’ ถึงเขมร ร่วมถกอาเซียนซัมมิท ก่อนมุ่งหน้าเจอ ‘สี จิ้นผิง’ ที่บาหลี หวังกดดันจีนคุมโสมแดง

12.11.22 | 12:04 น.
ประธานาธิบโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เดินลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (เอเอฟพี)

‘ไบเดน’ ถึงเขมร ร่วมถกอาเซียนซัมมิท ก่อนมุ่งหน้าเจอ ‘สี จิ้นผิง’ ที่บาหลี หวังกดดันจีนคุมโสมแดง

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนแล้วในวันเสาร์ (12 พ.ย.) นี้

เอเอฟพี

โดยผู้นำสหรัฐจะพบปะหารือกับผู้นำชาติอาเซียน รวมถึงผู้นำญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก่อนประธานาธิบดีไบเดนจะมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ในสัปดาห์หน้า ที่เขาให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ใช้อิทธิพลคุมเกาหลีเหนือ ในระหว่างการพบปะกันแบบเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก

นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในการหารือทวิภาคีนอกรอบการประชุมกลุ่มจี 20 ที่เกาะบาหลี ในวันจันทร์ (14 พ.ย.) นี้ ประธานาธิบดีไบเดนจะบอกกับนายสีว่า จีน ซึ่งเป็นพันธมิตรใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ มีผลประโยชน์ในการแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการสกัดยับยั้งแนวโน้มเลวร้ายที่สุดของเกาหลีเหนือ

เอเอฟพี

ผู้นำสหรัฐยังจะบอกกับนายสีว่าหากการสร้างขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือยังดำเนินต่อไปตามเส้นทางนี้ นั่นจะหมายถึงการยกระดับการดำรงอยู่ทางทหารและด้านความมั่นคงของสหรัฐในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ดี นายซัลลิแวนกล่าวว่า ประธานาธิบดีไบเดนจะไม่เรียกร้องจีน แต่จะให้มุมมองของตนเองที่มีกับนายสีแทน นั่นคือเกาหลีเหนือไม่เพียงเป็นตัวแทนของภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา ต่อเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพทั่วทั้งภูมิภาคด้วย ส่วนจีนต้องการที่จะเพิ่มความกดดันต่อเกาหลีเหนือหรือไม่นั้น แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง

Advertisement

ทั้งนี้การจะพบปะกันแบบเจอตัวเป็นครั้งแรกของผู้นำสองชาติมหาอำนาจโลกอย่างนายไบเดนและนายสีครั้งนี้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น เป็นที่จับตาของประชาคมโลก ท่ามกลางการมีประเด็นข้อพิพาทขัดแย้งกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ด้านการค้า ไปจนถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนในมณฑลซินเจียง และสถานะของไต้หวัน

ด้านนายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวเรียกร้องให้ผู้นำทั้งสองชาติทำงานร่วมกัน โดยเตือนเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจโลกจะถูกแบ่งแยกเป็น 2 ส่วนที่นำโดยเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2 แห่ง นั่นคือ สหรัฐและจีน

ขณะที่ก่อนเข้าร่วมการประชุมจี 20 ที่เกาะบาหลี ประธานาธิบดีไบเดนจะผลักดันความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระหว่างการประชุมกับผู้นำชาติอาเซียน เพื่อหาทางตอบโต้อิทธิพลของจีนในภูมิภาค