หน้าแรก ต่างประเทศ มติชนจับมือมธ...

มติชนจับมือมธ. สัมมนา ‘เอเปค-ประเทศไทย 2022 : ความมุ่งหมายและความสำเร็จ’

15.11.22 | 17:30 น.

มติชนจับมือมธ. สัมมนา ‘เอเปค-ประเทศไทย 2022 : ความมุ่งหมายและความสำเร็จ’

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 9.30 – 12.30 น. วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ และบริษัทมติชนจำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาวิชาการ “เอเปค-ประเทศไทย 2022: ความมุ่งหมายและความสำเร็จ” (APEC-THAILAND 2022: Challenges and Achievement) ณ ห้องพูนศุข วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้กล่าวปฐกถานำในหัวข้อ “ความท้าทายของเอเปคในการส่งเสริมบทบาทของสตรี” รวมถึงวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ประกอบด้วย นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการประจำ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ดร.กอบศักดิ์ ชุติกุล ที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา น.ส.วนัน เพิ่มพิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์กร Climate Watch Thailand และ นายลี จีเจีย นักศึกษาหลักสูตรไทยศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “เอเปค-ประเทศไทย 2022: ความมุ่งหมาย ความสำเร็จ และผลประโยชน์ต่อสังคมไทย”

ผศ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ กล่าวรายงานในสัมมนาครั้งนี้ว่า ในโอกาสที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2022 และต้อนรับบรรดาผู้นำของสมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจที่เดินทางมาพบปะหารือที่กรุงเทพ ท่ามกลางความท้าทายเก่า-ใหม่ ทั้งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และปัญหามากมายที่กระทบความเป็นอยู่ของผู้คนในภูมิภาค ไทยได้เสนอวาระการประชุมที่มากกว่าเรื่องการค้า แต่ยังรวมถึงประเด็นทางสังคมว่าด้วยสิทธิ ความเท่าเทียม และบทบาทของสตรีในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อตอบรับวาระแห่งชาติดังกล่าว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ยึดถือการมีส่วนร่วมในการผลักดันวาระทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาประเทศจึงได้จัดงานสัมมนาวิชาการในวันนี้ขึ้น

รศ.เกศินี ผู้กล่าวปาฐกถานำ ยกประเด็นการปลดปล่อยศักยภาพของสตรีทางเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนแรงงานสตรี การผลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทที่สูงขึ้นในเวทีธุรกิจ และการส่งเสริมและเพิ่มทักษะต่างๆ ให้พวกเขา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ นั่นคือการสร้างสมดุลในการยอมรับบทบาทของผู้หญิง เพื่อเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่ไร้ความเหลื่อมล้ำ อีกทั้ง รศ.เกศินียังฝากความหวังว่า เอเปคครั้งนี้จะสามารถขับเคลื่อนมาตรการที่เป็นรูปธรรม ที่จะนำไปสู่การยอมรับความหลากหลายและความแตกต่างระหว่างกันได้ ทั้งในวงเศรษฐกิจและสังคม

Advertisement

อธิบดีธานี กล่าวถึงความคาดหวังของภาครัฐไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปคครั้งนี้ว่า ต้องการที่จะปักหมุดหมายของประเทศในเรื่องของการค้าที่ครอบคลุมประเด็นความยั่งยืนทางสังคม สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข ซึ่งเป็นความท้าทายประการสำคัญของโลกสมัยใหม่ ภายใต้ธีมของงานประชุมในครั้งนี้ นั่นคือ “Open. Connect. Balance.” ที่จะต้องอาศัยการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน

ขณะ รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า คงต้องมองมากกว่ากรอบแนวคิดเรื่องผลประโยชน์ต่อประเทศไทยเพียงอย่างเดียว หากต้องการมองข้ามผ่านไปสู่การคิดเพื่อการบูรณาการทางเศรษฐกิจ และว่า เอเปคนั้นมีความสำคัญต่อโลก และต่อไทย เนื่องจาก 21 เขตเศรษฐกิจเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ดังนั้นหากเศรษฐกิจเอเปคที่ครอบคลุมการค้าโลกกว่า 50% ฟื้น เศรษฐกิจโลกก็จะฟื้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำอีกว่าเอเปคต้อง “ทำอะไรที่มากกว่าเศรษฐกิจ” เพื่อความยั่งยืน

น.ส.วนัน พูดในประเด็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นวาระหนึ่งที่สำคัญของเอเปค อันสอดคล้องกับกรอบการประชุม COP 27 ที่กำลังขึ้นในประเทศอียิปต์ในขณะนี้ โดยกล่าวถึงต้นเหตุของภาวะโลกร้อน นั่นคือ การโหมใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะเชื้อเพลิงฟอสซิลของกลุ่มทุนและประเทศพัฒนาแล้วเพื่อความร่ำรวย อีกทั้งยังเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาที่แท้จริงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือการที่กลุ่มประเทศที่เป็นสาเหตุโลกร้อนต้องลดการปล่อยคาร์บอนลง และมอบเงินเพื่อรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับผลเสียจากโลกร้อน แทนการซื้อขายคาร์บอน หรือการ “ฟอกเขียว” ทางเศรษฐกิจ ที่เป็นเพียงการเอื้อกลุ่มทุนและไม่ใช่การแก้ปัญหาโลกร้อนที่ต้นตอ

ด้านดร.กอบศักดิ์ ได้กล่าวถึงปัจจัยไม่คาดคิดซึ่งส่งผลกระทบต่อการหารือของเอเปค นั่นคือการอุบัติขึ้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่ตอกย้ำความซับซ้อนของการประชุมท่ามกลางภาวะที่โลกยังคงไม่คลี่คลายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างสมบูรณ์ ซ้ำยังก่อให้เกิดประเด็นความขัดแย้งพื้นฐานในเรื่องของถ้อยคำต่างๆ ที่เหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอาจไม่มีความเห็นตรงกัน อาทิ เรื่องความรุนแรงของยูเครน รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลเป็นอุปสรรคต่อเอเปคในการออกแถลงการณ์ร่วมกัน