พนง. ‘แอมะซอน’ แห่อัพเดตโปรไฟล์ ‘ลิงค์อิน’ หลังถูกลอยแพ ลดต้นทุน สู้ยอดขายหด
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนว่า แอมะซอน บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มปลดพนักงานออกแล้ว หลังพนักงานบริษัทจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายลดอัตรากำลังพลของแอมะซอนออกมาอัพเดตโปรไฟล์ในลิงค์อินเพื่อหางานใหม่ สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า แอมะซอนมีแผนที่จะลดกำลังพนักงานจำนวน 10,000 คน หรือราว 3% ของจำนวนคนงานทั้งหมด
การลอยแพพนักงานของบริษัทอีคอมเมิร์ซเจ้านี้ เกิดขึ้นในขณะที่ตำแหน่งงานกว่าหลายพันตำแหน่งกำลังถูกกำจัดออกจากงานด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทต่างๆ ในภาคส่วนนี้ประสบปัญหายอดขายที่ชะลอตัว และข้อกังวลเกี่ยวกับการถดถอยทางเศรษฐกิจ
บีบีซีระบุว่า พนักงานแอมะซอนที่ออกมาโพสต์หางานนั้น รวมถึงพนักงานจากบริษัทในเครือ อย่าง “อเล็กซ่า” ธุรกิจเทคโนโลยีผู้ช่วยเสมือนจริง “ลูนา” บริษัทคลาวด์เกมมิ่ง และ “แล็บ126” หน่วยงานที่ดำเนินการด้านเครื่องมือสำหรับอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ “คินเดิล”
โดยก่อนหน้านี้ แอมะซอนได้นำเสนอนโยบายหยุดการจ้างงาน และระงับการขยายโกดังสินค้า อีกทั้งยังได้ปิดตัวธุรกิจบางส่วน และยกเลิกโครงการจำนวนหนึ่ง อาทิ หุ่นยนต์ส่งอาหารส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการบอกว่าบริษัทได้ทำการจ้างงานมากเกินไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะที่ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทดังกล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังส่งสัญญาณ “เตรียมรับมือสถานการณ์วิกฤต” ขณะที่หุ้นแอมะซอนร่วงกว่า 40% ในปีนี้ เนื่องจากยอดขายออนไลน์ชะลอตัว
อนึ่ง แอมะซอนไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นของบีบีซีในทันที
ทั้งนี้ บริษัทด้านเทคโนโลยีเจ้าดังอื่นๆ ก็ได้ปลดพนักงานออกจำนวนมากเช่นกัน อาทิ เมต้า บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และว็อตส์แอพพ์ ที่ได้ประกาศลดกำลังพนักงานลง 13% และทวิตเตอร์ภายใต้การบริหารของอีลอน มัสก์ ที่ได้ปลดพนักงานราว 50%
สอดคล้องกับที่คนวงในผู้ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อคนหนึ่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งประจำอยู่ที่ซีแอตเทิล ให้ข้อมูลกับบีบีซีว่า ตลาดการจ้างงานได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจาก 2 ปีก่อนหน้าซึ่งเป็นช่วงที่มีการทำงานทางไกล ผู้คนมีโอกาสทางอาชีพมากขึ้น ขณะที่เกิดการแย่งชิงผู้มีความสามารถและค่าจ้างที่สูงขึ้นมาก แต่ปัจจุบันคือสถานการณ์ที่ตลาดหดตัว ทั้งในเรื่องของงบประมาณและอัตราการจ้าง บริษัทเทคโนโลยีหลายเจ้า ซึ่งรวมถึงแอมะซอน จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ

