รมต.เอเปคเห็นชอบ ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การทำ FTAAP
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีเอเปคครั้งที่ 33 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ในหัวข้อ Open มีข้อสรุป 6 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เห็นพ้องให้เปิดกว้างด้านการค้าและการลงทุน เพื่อให้ห่วงโซ่อาหาร รวมถึงซัพพลายเชนทำงานได้ 2.ขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจเอเปค ไปสู่การจัดทำความตกลงการค้าเสรีในเอเปค (FTAAP) ในอนาคต 3.เร่งหาข้อสรุปในประเด็นเห็นพ้องดับเบิลยูทีโอ รวมถึงให้เสริมประเด็นใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการค้าโลกที่สำคัญต่อดับเบิลยูทีโอ 4.เอเปคเห็นชอบร่วมกันในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านบริการของกลุ่มสมาชิกเอเปค เช่น การท่องเที่ยว การขนส่ง โลจิสติกส์ 5.เห็นพ้องในการผลักดันเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย (MSMEs) และสตรี ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอิโคโนมี และ 6.สนับสนุนแนวคิดการค้าสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสินค้าและบริการ สนับสนุนด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม
ด้านนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในหัวข้อ Connect ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงภูมิภาคในทุกมิติ สนับสนุนความต่อเนื่องของการเดินทางที่ปลอดภัยเพื่อส่งเสริมความยืดหยุ่นในระยะยาวและความคล่องตัวทางธุรกิจที่มากขึ้น และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้ก้าวหน้า เพิ่มการมีส่วนร่วมของ MSMEs ในเศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ และในหัวข้อ Balanced มีโมเดลเศรษฐกิจบีซีจีเป็นศูนย์กลางของการหารือ และเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐมนตรีเอเปคได้ตกลงที่จะนำเสนอให้ผู้นำรับรองเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ เรื่องบีซีจี ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการประชุมเอเปคในประเด็นด้านความยั่งยืนอย่างครอบคลุมต่อไป

