หน้าแรก ต่างประเทศ พาชมบูธสุดปัง...

พาชมบูธสุดปัง BCG บริษัทไทยใน ‘ศูนย์ข่าวเอเปค’ ที่เป็นมากกว่าห้องทำงาน

18.11.22 | 18:21 น.

พาชมบูธสุดปัง BCG บริษัทไทยใน ‘ศูนย์ข่าวเอเปค’ ที่เป็นมากกว่าห้องทำงาน

ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากเนื้อหาการประชุม และภาพที่ผู้นำแต่ละประเทศตบเท้าเข้าร่วมที่ได้รับความสนใจแล้ว มีอีกหนึ่งสีสันในงานที่ควรค่าแก่การให้ความสนใจ นั่นก็คือ “ศูนย์ข่าว” สำหรับผู้สื่อข่าวกว่า 2,200 คนที่ลงทะเบียนมาร่วมทำข่าวการประชุมเอเปค ที่นอกจากจะมีโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ และเวทีแถลงข่าวแล้ว ในฮอลล์ดังกล่าวซึ่งกินพื้นที่ชั้น LG ของศูนย์สิริกิติ์ทั้งหมดก็ยังมีบูธที่บริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์นำมาจัดแสดงอย่างจัดหนัก จัดเต็มเพื่อแสดงถึงโมเดลการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจใหม่ BCG ที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

หนึ่งในบรรดาบูธที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่อยู่ในงาน คือบูธของบริษัทวินโนหนี้ บริษัทสตาร์ทอัพตัวแรกของบางจาก บริษัทด้านพลังงานชื่อดังของไทยที่ภูมิใจนำเสนอ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “วินโนหนี้” โดยได้แนวคิดจากกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมถึงพนักงานส่งอาหาร เพราะเห็นปัญหาภาระค่าใช้จ่ายที่สูงของอาชีพดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน หรือค่าบำรุงรักษา จนทำให้เกิดการกู้ยืมเงิน ด้วยความคิดริเริ่ม บวกกับความต้องการที่จะช่วยเหลือสังคม จึงก่อให้เกิดเป็นวินโนหนี้

แผนการทำธุรกิจในขณะนี้เป็นการให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์แบบรายเดือน ไล่ตั้งแต่ 5,400 บาทต่อการเช่า 1 เดือน ไปจนถึง 4,200 บาทต่อการเช่า 18 เดือน โดยจะสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงฟรีค่าพ.ร.บ.ประกันรถหาย ซ่อมบำรุงพื้นฐาน รถสำรองช่วงซ่อม เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื่องการเงิน

Advertisement

ขณะนี้มีผู้ใช้งานวินโนหนี้อยู่บนท้องถนนกรุงเทพฯแล้วประมาณ 600 คน และมีตู้แบตเตอร์รี่อยู่ราว 40 ตู้ มีเป้าหมายว่าจะตั้งให้ได้ 100 ตู้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่สถานีน้ำมันบางจากทั่วกรุงเทพฯ บริษัทจะเริ่มขยายธุรกิจในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน เมื่อมีผู้ใช้งานมากขึ้นจึงค่อยๆ รุกไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ในอนาคตวินโนหนี้มีแผนที่จะขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยจะคิดค่าบริการแบตเป็นแบบรายเดือน

ในเรื่องของการใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์วินโนหนี้มีความสะดวกมากเพราะไม่ต้องชาร์จไฟ เพียงแค่นำแบตเตอรี่ 2 ก้อนจากตู้เก็บแบตเตอรี่มาต่อเข้ากับสายไฟใต้เบาะรถ ผู้ใช้งานก็สามารถนำรถคันนี้วิ่งได้เป็นระยะทาง 125 กิโลเมตร แถมทำความเร็วได้สูงสุด 80 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้า วินโนหนี้จึงไม่มีเสียงเครื่องยนต์คอยรบกวน แถมไม่มีการสั่นของเครื่องยนต์สันดาปอยู่ใต้เบาะ รวมถึงลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย ตอบโจทย์ผู้ใช้รถจักรยานยนต์และคนที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ภายในบูทของวินโนหนี้ ผู้เยี่ยมชมจะได้สัมผัสรถมอเตอร์ไซค์คันจริง และสามารถถ่ายรูปกับรถมอเตอร์ไซค์พร้อมเสื้อวินและหมวกกันน็อคเป็นที่ระลึก แถมยังสามารถทดลองนั่งรถวินโนหนี้ภายในศูนย์ข่าวเอเปคได้อีกด้วย สำหรับท่านที่สนใจ บุคคลธรรมดา หรือบริษัทต่างๆ สามารถเช่ามอเตอร์ไซค์วินโนหนี้มาขับได้เช่นกัน ไม่จำกัดว่าต้องเป็นวินมอเตอร์ไซค์ หรือพนักงานส่งอาหารเท่านั้น โดยสามารถติดต่อได้ที่ไลน์ หรือ เฟซบุ๊กของวินโนหนี้เพื่อสอบถามรายละเอียด และติดต่อเช่ารถ

อีกหนึ่งบูธที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือบูธของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งนำเสนอการนวดแผนไทยเพื่อดูแลสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมงานประชุมเอเปคที่มีอาการปวดเมื่อย มีความเครียด หรือมีความเหนื่อยล้าจากการทำงานให้มีความผ่อนคลายขึ้นหลังรับบริการ มีการแบ่งเป็น 3 บริการ บริการแรกจะเป็นนวดคอบ่าไหล่ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก บริการที่สองเป็นนวดหินร้อน และบริการที่สามคือนวดตอกเส้น หลังนวดเสร็จจะมีน้ำสมุนไพร และของที่ระลึกจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมอบให้แก่ผู้ที่เข้ารับบริการแบบไม่ซ้ำแต่ละวัน ผู้ที่สนใจจะต้องลงทะเบียนจองคิวผ่านทางไลน์ก่อนเข้ารับบริการ

บูธของนวดแผนไทยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแขกที่เข้าร่วมงานประชุมเอเปค โดยสื่อมวลชนที่มาทำข่าวแห่เข้าจองคิวเข้ารับบริการนวดกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าวจากไทยหรือต่างชาติ เพราะความปวดเมื่อย เหนื่อยล้าจากการทำงานนั้นไม่เลือกสัญชาติ

FACEBOOK: กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นอกจากการนวดแล้ว บูธนี้ยังมีการสาทิตการทำลูกประคบด้านหน้าของบูธ รวมถึงมีการสาทิตการนวดดัชนีนาง การนวดด้ายสายสิญจน์ การนวดไม้ไผ่ และการทำน้ำสมุนไพร หากผู้ใดสนใจชมการสาทิต สามารถเดินมาดูที่บูธได้ไม่ต้องลงทะเบียนจองคิว

ผู้ที่ทำการนวดคือผู้ที่ผ่านการฝึกอบรบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี นครนายก อยุธยา และจากสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับอุตสหากรรมบริการสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ผลิตบุคลากรในสายอาชีพ Therapist หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านการบำบัดร่างกายออกสู่ตลาดอาชีพไม่ว่าจะในประเทศ หรือต่างประเทศ

บูธของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ถือเป็นการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ Soft power ของไทยในการดูแลสุขภาพที่เป็นภูมิปัญญาของไทยให้แก่ผู้สื่อข่าว หรือผู้เข้าร่วมงานที่มาจากหลายประเทศทั่วโลกได้เรียนรู้ และสัมผัส อีกทั้งยังเป็นการใส่ใจสุขภาพ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวและผู้มาเข้าร่วมการประชุมเอเปคสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

บูธสุดท้ายที่น่าสนใจก็คือบูธของกลุ่มเซ็นทรัลที่นำเสนอภาพรวมของธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล โดยแบ่งเป็น 3 โซน โซนแรกจะเป็นเกี่ยวกับการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศของเซ็นทรัล ซึ่งมีกว่า 18 ประเทศทั่วโลก โดยในงานจะให้ความสนใจไปที่การลงทุนซื้อห้างใน 8 ประเทศในทวีปยุโรป อาทิ Selfridges ในอังกฤษ KaDeWe ในเยอรมนี Rinascente ในอิตาลี และ Globus ในสวิสเซอร์แลนด์

FACEBOOK: Central Group

อีกทั้งยังเสนอการทำธุรกิจในเครือ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่เซ็นทรัลรีเทล ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกซึ่งรวมบริษัทย่อยไปอีก 18 บริษัท อาทิ ท็อปส์ พาวเวอร์บาย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล หรือโรบินสัน กลุ่มที่สองคือเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งจะเป็นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย สำนักงาน และกลุ่มสุดท้ายคือโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ เซ็นเทล ที่จะเป็นการทำธุรกิจโรงแรมเซ็นทารา รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร เช่น เคเอฟซี เทนยะ โอโตยะ หรือส้มตำนัว

โซนที่สองจะเป็นเกี่ยวกับ ความยั่งยืน ว่าในการทำธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลจะทำอย่างไรให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร และในด้านสังคม เซ็นทรัลจะมุ่งทำธุรกิจให้เป็น Inclusive Economy อย่างไร โซนที่สามจะเป็นเกี่ยวกับนวัตกรรม ที่จะนำเสนอในเรื่องของการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ รวมถึงบัตรเดอะวัน

ภายในบูธของเซ็นทรัลมีโซนอื่นๆด้วย อาทิ ร้านกาแฟกู๊ดส์ กู๊ดส์ ที่เป็นร้านที่เลือกสินค้าจากชุมชนทั่วประเทศไทยมาขาย และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้านั้นๆ อย่างไรก็ตามภายในศูนย์ข่าวการประชุมเอเปคซึ่งมีพื้นที่จำกัด บูธเซ็นทรัลจึงนำมาแค่โซนร้านกาแฟ โดยใช้เมล็ดกาแฟภูชี้เดือน จากจังหวัดเชียงราย

โซนต่อมาซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจะเป็นมุมทำกระเป๋าผ้า ที่ผู้เข้าชมสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะสกรีนตัวหนังสือใดก็ได้ลงบนถุงผ้า โดยตัวหนังสือที่จะนำไปสกรีนบนกระเป๋าจะออกแบบโดยน้องๆ จากโรงเรียนออทิสติก เป็นหนึ่งในโครงการของเซ็นทรัลที่มีชื่อว่า “เซ็นทรัลทำ” เพื่อช่วยเหลือภาคสังคมของไทย

อีกทั้งยังมีการทำเวิร์คช็อปที่จะเปลี่ยนกิจกรรมไปไม่ซ้ำแต่ละวัน เช่นสอนวิธีการพับใบเตยให้เป็นรูปดอกไม้ นำโดยทีมงานจากชุมชนบางกระเจ้า กิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมามีจุดประสงค์เพื่อโปรโมทเอกลักษณ์ของชุมชนต่างๆ ของไทย รวมถึงเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้แก่ผู้ที่มาร่วมการประชุมเอเปค

การจัดแสดงบูธต่างๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในโอกาสที่แสดงศักยภาพและวิสัยทัศน์ของบริษัทไทยเกี่ยวกับเศรษฐกิจบีซีจี นวัตกรรม และธุรกิจที่เอื้อต่อธุรกิจชุมชนในทุกพื้นที่ของประเทศ ทั้งยังแสดงให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 21 เขตเศรษฐกิจได้เห็นว่าการพัฒนาของไทยกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใด

ถือเป็นสีสันที่ดีให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงประเทศไทยในแง่มุมต่างๆ ในศูนย์ข่าวที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ มากกว่าแค่เป็นพื้นที่ของการทำงานเท่านั้น