หน้าแรก ต่างประเทศ ครั้งแรกในรอบ...

ครั้งแรกในรอบปี! ‘แถลงการณ์ที่ประชุมรมต.เอเปค’ บรรลุฉันทามติ

18.11.22 | 22:25 น.

ครั้งแรกในรอบปี! ‘แถลงการณ์ที่ประชุมรมต.เอเปค’ บรรลุฉันทามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดเอกสารแถลงการณ์ระดับรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 33 ก็สามารถบรรลุฉันทามติของที่ประชุมและเผยแพร่ออกมาเป็นแถลงการณ์ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปคได้แล้ว หลังการประชุมระดับรัฐมนตรีผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวัน ด้วยเจรจากันอย่างเข้มข้นจริงจังในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคของไทย กล่าวว่า หลังการทำงานหนักและความพยายามร่วมกันของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค ในที่สุดก็สามารถบรรลุฉันทามติและนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปีนี้ ที่เราสามารถออกเอกสารของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปคร่วมกันได้

นายเชิดชายกล่าวว่า บรรยากาศในการเจรจาจะเห็นได้ว่าทุกเขตเศรษฐกิจอยากจะขับเคลื่อนเอเปคไปข้างหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าเอเปคยังคงมีความหมาย และสามารถรับมือกับความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่ทั้งในปัจจุบันและในอีกหลายปีข้างหน้าได้ สิ่งสำคัญจากการที่เราสามารถบรรลุฉันทามติร่วมกันได้ในครั้งนี้คือความจริงที่ว่าเราสามารถพูดถึงสิ่งที่เรามีความห่วงกังวลร่วมกันได้

เมื่อถามถึงปฏิญญาของผู้นำเอเปคที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา นายเชิดชายแสดงความเชื่อมั่นว่า เวลาที่เหลืออยู่ เขตเศรษฐกิจเอเปคทั้งหมดจะสามารถเดินหน้าหารือกันภายใต้ความตั้งใจมุ่งมั่นเช่นเดียวกัน ซึ่งตนยังมองในแง่บวกว่าเราน่าจะสามารถหาฉันทามติร่วมกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่เป็นปัญหาในการเจรจายกร่างเอกสารคือข้อ 7 ที่ว่าด้วยสถานการณ์ในยูเครน ซึ่งในที่สุดที่ประชุมก็สามารถได้ข้อยุติโดยข้อความในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เราได้เห็นสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก สมาชิกเขตเศรษฐกิจส่วนใหญ่ประณามอย่างรุนแรงต่อสงครามในยูเครน และย้ำว่ามันทำให้เกิดทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษย์ ทำให้ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกยิ่งเลวร้ายลงไปอีก แต่ก็ตระหนักดีว่าเอเปคไม่ใช่เวทีสำหรับแก้ปัญหาด้านความมั่นคง และรับทราบว่าประเด็นด้านความมั่นคงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

เนื้อหาในแถลงการณ์ของรัฐมนตรีเอเปคแบ่งเป็น 3 เรื่องตามหัวข้อหลักในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย โดยในประเด็นเรื่องการ “เปิดกว้างสำหรับโอกาสทั้งหมด” ยังได้พูดถึงสถานการณ์หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยตระหนักถึงความสำคัญของการค้าและการลงทุนว่ามีบทบาทสำคัญและขาดเสียมิได้ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการสร้างความเติบโตขึ้นใหม่ โดยจะมีการนำนโยบายการค้าและเศรษฐกิจที่สมดุลและครอบคลุมมากขึ้นมาใช้ สร้างสภาพแวดล้อมต่อการค้าและการลงทุนที่เสรี โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ โปร่งใด ครอบคลุม และคาดการณ์ได้ ทั้งยังทำให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถทำงานได้และมีความยืดหยุ่น

Advertisement

นอกจากนี้ยังพูดถึงการจัดทำเขตการค้าเสรีในเอเชียแปซิฟิก (FTAAP) ด้วยการแสดงความยินดีกับการจัดทำแผนงานของ FTAAP และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ โดยมอบหมายให้มีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีเอเปคทราบในปีต่อๆ ไป พร้อมกับยืนยันถึงความสำคัญและความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมระบบการหาในกรอบพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นกลไกหลัก

ในประเด็นเรื่อง “การเชื่อมต่อทุกมิติ” ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมต่อภูมิภาคในทุกมิติอีกครั้งหลังโควิด-19 โดยเป็นการเชื่อมโยงเอเชียแปซิฟิกแบบไร้รอยต่อและครอบคลุม ทั้งในแง่ของการเชื่อมโยงทางกายภาพ สถาบันต่างๆ และการเชื่อมโยงในระดับประชาชนต่อประชาชน ทั้งยังเน้นย้ำถึงความาสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและการลงทุน

ที่ประชุมได้สนับสนุนความพยายามในการปรับปรุงการเชื่อมต่อและลดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน มีการระบุถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ถือเป็นโอกาสอย่างมหาศาลทางเศรษฐกิจ และปูทางไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ครอบคลุม และสร้างสพรรค พร้อมกับเน้นย้ำความจำเป็นในการเสริมสร้างการเชื่อมต่อทางดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลให้มีความก้าวหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าต่อไป ตลอดจนการเพิ่มการมีส่วนร่วมของ MSMEs ในตลาดอีคอมเมิร์ซ และยังพูดถึงความสำคัญของการทำให้การเดิเนทางข้ามพรมแดนในภูมิภาคทำได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น

สำหรับประเด็นสุดท้ายเรื่อง “สมดุลในทุกมิติ” พูดถึงการสร้างความเติบโตที่สนับสนุนความพยามระดับโลกในกาครจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก สนับสนุนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมผ่านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยั่งยืนซึ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อาทิ MSMEs สตรี และชนพื้นเมือง ทั้งยังเน้นย้ำถึงภัยคุกคามร้ายแรงจากการคอรัปชั่น

ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเปคยังแสดงความยินดีต่อเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจบีซีจี ที่เป็นแนวทางเพื่อให้บรรลุการฟื้นตัวอย่างครอบคลุม สมดุล และยั่งยืนจากโควิด-19 และยังยินดีที่จะมีการเปิดตัวรางวัล APEC BCG Award เพื่อยกย่องความสำเร็จในด้านความยั่งยืนในภูมิภาค ที่จะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะครั้งแรกในปีหน้าต่อไป