
การเมืองมาเลย์ยังวุ่น วังยืดเส้นตาย เสนอชื่อนายกฯคนใหม่ ‘อันวาร์’ ยังหวังได้ตั้งรัฐบาล
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักพระราชวังของมาเลเซียได้ประกาศขยายเวลาให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาภายในวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายนนี้ จากเดิมที่ขีดเส้นตายไว้ในเวลา 14.00 น.ของวันจันทร์ (21 พ.ย.)
ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มปากาตัน ฮาราปัน (พีเอช) ของนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มเปริกาตัน เนชันแนล (พีเอ็น) ของนายมูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังแข่งกันนำการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ได้มีเวลาหาเสียงสนับสนุนให้ได้มากพอที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่มีพรรคใดคว้าที่นั่งได้ครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
โดยแม้กลุ่มพีเอชของนายอันวาร์จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ไปได้มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้ไป 82 ที่นั่ง แต่ก็ยังไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของการครองเสียงข้างมากที่ 112 ที่นั่ง จากที่มีเสียงในสภาทั้งสิ้น 222 ที่นั่งได้ ส่วนกลุ่มพีเอ็นของนายมูห์ยิดดิน ตามมาเป็นอันดับ 2 ได้ 73 ที่นั่ง ตามด้วยกลุ่มบาริซัน เนชันแนล (บีเอ็น) นำโดยพรรคอัมโน พรรครัฐบาลได้ไปเพียง 30 ที่นั่ง
ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน อับดุลละฮ์ กษัตริย์แห่งมาเลเซีย แม้จะทรงมีบทบาทในทางพิธีการเป็นส่วนใหญ่ แต่ทรงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า กลุ่มการเมืองของนายอันวาร์กำลังหารือกับกลุ่มบีเอ็นอยู่ในวันจันทร์ (21 พ.ย.) ขณะที่กลุ่มพีเอ็นของนายมูห์ยิดดิน ที่ระบุในวันอาทิตย์ (20 พ.ย.) ว่ามีเสียงสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรในกลุ่มอีก 2 พรรค ทำให้มีเสียงสนับสนุนรวมแล้ว 101 ที่นั่ง แต่ก็ยังไม่ถึง 112 ที่นั่งที่ต้องการในการครองเสียงข้างมากในสภา
ส่วนกลุ่มบีเอ็น ที่ทำผลงานในการเลือกตั้งครั้งนี้ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็ยังอาจมีบทบาทสำคัญในการจะเทเสียงสนับสนุนให้กับกลุ่มการเมืองใดระหว่างกลุ่มพีเอชกับกลุ่มพีเอ็น
ล่าสุด นายอันวาร์กล่าวภายหลังการเจรจาหารือกับกลุ่มบีเอ็นว่า เขายังมองในแง่ดีมากๆ ในการฟอร์มรัฐบาล โดยกล่าวว่าเขาได้พบกับแกนนำกลุ่มบีเอ็นส่วนหนึ่งเกี่ยวกับเสียงสนับสนุนของบีเอ็น ซึ่งเขาพอใจมากๆ กับการพูดคุยกันครั้งนี้ แต่ก็ระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย
ผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ที่ออกมายังทำให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองในมาเลเซียคงอยู่ต่อไป หลังจากเผชิญความไร้เสถียรภาพมาเป็นเวลาหลายปี โดยการมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 3 คน และเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่นักลงทุนยังแสดงปฏิกิริยาเชิงลบต่อผลการเลือกตั้งที่ไม่เด็ดขาดครั้งนี้ ซึ่งทำให้เงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าลงและตลาดหุ้นมาเลเซียยังปรับตัวลดลงกว่า 1% หลังเปิดการซื้อขายในวันเดียวกัน
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
