ระเบิดเยรูซาเลม 2 ครั้งซ้อน ดับ 1 เจ็บอย่างน้อย 18
เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งใกล้กับป้ายรถเมล์ในเยรูซาเลมช่วงเช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 18 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 3 คนอาการสาหัส ตำรวจอิสราเอลระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของชาวปาเลสไตน์
ระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นใกล้กับป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งในพื้นที่ชานเมือง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีผู้มายืนรอรถประจำทางอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนระเบิดครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่เมือง Ramot ซึ่งเป็นนิคมที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเยรูซาเลม
ด้านตำรวจได้เร่งหาตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งเป็นการวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ในจุดที่เกิดเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วนซึ่งการจราจรคับคั่ง ตำรวจได้ปิดทางหลวงสายหลักที่มุ่งหน้าออกจากเมืองเป็นเวลาสั้นๆ หลังเกิดเหตุระเบิดลูกแรก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวปาเลสไตน์มักจะใช้การก่อเหตุแทง ทุบรถ หรือกราดยิง แต่การโจมตีด้วยระเบิดเป็นสิ่งที่แทบไม่ค่อยเกิดขึ้น นับตั้งแต่การจราจรของชาวปาเลสไตน์ยุติลงไปเมื่อเกือบ 2 ทศวรรษก่อน
ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเยรูซาเลมก็ออกมาประณามความรุนแรง เช่นเดียวกับเอกอัครราชทูตของสหภาพยุโรปประจำอิสราเอล
ขณะที่โฆษกของกลุ่มติดอาวุธฮามาสออกมายกย่องผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งระบุว่าเป็นปฏิบัติการที่กล้าหาญ ผู้ยึดรองต้องจ่ายสำหรับอาชญากรรมที่ก่อและการรุกรานประชาชนของเรา แต่ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเช่นกัน
การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์กลับมาพุ่งสูงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากอิสราเอลบุกเข้าไปโจมตีในเขตเวสต์แบงก์ต่อเนื่องกันหลายเดือน ทำให้เกิดการโจมตีกลับโดยชาวปาเลสไตน์ที่พุ่งเป้าไปยังชาวอิสราเอล ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 19 ราย ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

