‘ซูแน็ก’ ลั่น ยุคทองสัมพันธ์ ‘อังกฤษ-จีน’ จบแล้ว

29.11.22 | 12:26 น.
AFP

‘ซูแน็ก’ ลั่น ยุคทองสัมพันธ์ ‘อังกฤษ-จีน’ จบแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนว่า นายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีของอังกฤษเผยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนว่า ยุคทองของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอังกฤษและจีนได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมกล่าวว่าการท้าทายอย่างเป็นระบบของจีนต่อผลประโยชน์ และสิ่งที่อังกฤษให้คุณค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่จีนกำลังเดินหน้าเพื่อขยายอิทธิพลของประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในเรื่องของนโยบายต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีซูแน็กกล่าวว่า อังกฤษจะต้องเปลี่ยนวิธีที่จะเข้าหาประเทศจีน และกล่าวว่าจีนตั้งใจที่จะแข่งขันเพื่อการขยายอิทธิพลต่อของโลกโดยใช้อำนาจรัฐทุกรูปแบบ ซูแน็กเผยว่า “ให้พูดแบบชัดเจน สิ่งที่เรียกว่ายุคทองระหว่างจีนและอังกฤษจบลงแล้ว พร้อมกับแนวคิดไร้เดียงสาที่ว่าการค้าขายที่มากขึ้นกับตะวันตกจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองในจีน”

นายกรัฐมนตรีซูแน็กกล่าวต่ออีกว่า “แน่นอนว่าเราไม่สามารถปฏิเสธถึงความสำคัญของจีน ตั้งแต่เรื่องของกิจการโลก ไปจนถึงความเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก หรือปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศเข้าใจในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน” โดยอังกฤษจะทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อจัดการกับการแข่งขันที่แหลมคมนี้

ซูแน็กบอกว่า ภายใต้การนำของเขา ประเทศอังกฤษจะไม่ใช้ท่าทีเดิมอีกต่อไป แต่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งในเวทีโลกไม่ใช่ด้วยวาทศิลป์ แต่ด้วยการปฏิบัติที่ตรงไปตรงมา โดยรัฐบาลภายใต้การนำของเขาจะให้ความสำคัญกับการสานสัมพันธ์ด้านการค้าและความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และว่า ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงไม่สามารถแยกออกจากกันได้ในภูมิภาคดังกล่าว

สุนทรพจน์ในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีซูแน็กเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทั้งสองชาติ ที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการของอังกฤษประกาศแบนการใช้กล้องวงจรปิดของประเทศจีนในพื้นที่เปราะบาง เนื่องจากกังวลถึงความมั่นคงของชาติ รวมถึงการที่เจ้าหน้าที่ของจีนทำร้ายและจับกุมผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษที่ทำข่าวการประท้วงในนครเซี่ยงไฮ้ โดยนายเจมส์ เคลฟเวอร์ลีย์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า “น่าสะเทือนใจ” และต้องเคารพเสรีภาพของสื่อ และการประท้วงไม่เว้นในประเทศใดก็ตาม

Advertisement

ทั้งนี้ ซูแน็กเผชืญกับแรงกดดันจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคอนุรักษนิยมให้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อจีน นับตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา