สิงคโปร์เลิกแบน ‘รักร่วมเพศ’ ยังปิดกั้นสมรสเท่าเทียม
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน รัฐสภาสิงคโปร์กำหนดให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายรักชายเป็นสิ่งที่ถูกต้องทางกฎหมายเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน แต่กลับอนุมัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศให้ยังคงปิดกั้นการสมรสเท่าเทียมอย่างสมบูรณ์
โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐสภาในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เกิดขึ้นภายหลังความพยายามหลายต่อหลายครั้งในการเพิกถอนพระราชบัญญัติที่กีดกันและตีตรากลุ่มความหลากหลายทางเพศ (แอลจีบีที) ฉบับหนึ่ง ซึ่งระบุให้เพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี แม้ว่าจะไม่ได้มีการบังคับใช้ข้อบังคับดังกล่าวอย่างจริงจัง ส่งผลให้การเพิกถอนกฎหมายที่บั่นทอนความเท่าเทียมทางเพศนี้ สร้างความโล่งใจให้แก่ชุมชนแอลจีบีทีในสังคมสิงคโปร์อย่างมาก
อย่างไรก็ดี รัฐสภาสิงคโปร์กลับอนุมัติผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตอกย้ำความหมายของการแต่งงานว่า เป็นเรื่องระหว่างผู้ชายและผู้หญิง อันจะเป็นการปิดกั้นความท้าทายทางกฎหมายในอนาคตที่อาจนำไปสู่สิทธิในการสมรสเท่าเทียมของกลุ่มแอลจีบีทีในประเทศ ส่งผลให้ชุมชนแอลจีบีทีรู้สึกกังวลใจ แต่ก็ยังคงมีความหวังในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพต่อไป
เค ชันมูกัม รัฐมนตรียุติธรรมสิงคโปร์กล่าวว่า จำเป็นที่จะต้องปกป้องความหมายของการแต่งงานในปัจจุบันไว้ เพราะหากข้อบัญญัติในเรื่องดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลง อาจเป็นการสั่นคลอนโครงสร้างทางสังคม กฎหมาย และนโยบายต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเพศตามแนวคิดดั้งเดิมได้
อย่างไรก็ดี ชันมูกัมยังกล่าวอีกว่า การเพิกถอนกฎหมายความผิดของการมีความรักร่วมเพศเป็น “สิ่งที่ถูกต้อง” เนื่องจากไม่มีข้อกังวลจากสาธารณะที่มองว่าเพศสัมพันธ์ที่เกินขึ้นจากความสมัครใจส่วนบุคคลของผู้ชายเป็นอาชญากรรม
ขณะที่ มาซากอส ซูลคีฟลี รัฐมนตรีว่าการพัฒนาครอบครัวและสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ความหมายดั้งเดิมของครอบครัวถือเป็นรากฐานของสังคม และการเปลี่ยนแปลงให้เรื่องดังกล่าวครอบคลุมการสมรสระหว่างเพศเดียวกันยังไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้น จากอุปสรรคทั้งทางกฎหมายและศาสนา
ด้าน ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ชื่นชมความเคลื่อนไหวในประเด็นทางเพศของประเทศว่า เป็นก้าวที่สำคัญของประเทศ และว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างชาญฉลาดและสมดุล

