ตำรวจจีนใช้เทคโนโลยีไฮเทค กวาดล้างผู้ประท้วงต้านคุมเข้มโควิด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้ใช้เครื่องมือสอดแนมซับซ้อนและเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าและการติดตามข้อมูลที่อยู่ในการพยายามจับกุมตัวผู้ประท้วงและปราบปรามคลื่นจลาจลที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ หลังชาวจีนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจและคัดค้านนโยบายสกัดกั้นโควิดที่เข้มงวดและยืดเยื้อของจีน จนเกิดการลุกฮือประท้วงที่เรียกร้องการล้มเลิกมาตรการล็อกดาวน์ และเสรีภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ในเรื่องการติดตามตัวผู้ประท้วง หวัง เชิงเชิง ทนายความในเมืองเจิ้งโจว กล่าวว่า ตำรวจปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว อาจใช้ข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์ที่ได้จากเครื่องสแกนในพื้นที่ หรือจากรหัสสุขภาพโควิดที่ปรากฏขณะที่ผู้คนโดยสารด้วยแท็กซี่ไปยังจุดที่เกิดการประท้วง อย่างไรก็ดี หวังกล่าวอีกว่า “พวกเราไม่รู้เลยว่าตำรวจใช้วิธีการอะไรในการทำแบบนี้” ขณะที่ในเมืองอื่นๆ ดูเหมือนว่าตำรวจจะพึ่งพาภาพจากกล้องวงจรปิดและการจดจำใบหน้า
หวังยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอได้รับสายโทรศัพท์จากผู้ประท้วงที่ขอความช่วยเหลือ รวมถึงญาติและเพื่อนของผู้ที่ถูกจับกุมตัวมากกว่า 20 สาย โดยส่วนใหญ่ผู้ประท้วงจะถูกคุมตัวเป็นเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ขณะที่หลายสายที่โทรมาจากกรุงปักกิ่งรู้สึกงุนงงมากว่าตนได้ถูกตำรวจติดต่อเพียงเพราะว่าเดินทางจุดที่เกิดเหตุประท้วงเท่านั้น ส่วนบางสายที่โทรมาจากกวางตุ้งบอกกับหวังว่า บัญชีเทเลแกรมของพวกเขาถูกแฮก หลังจากที่ลงทะเบียนข้อมูลบัตรประชาชนกับตำรวจระหว่างทางไปประท้วง
ชาวปักกิ่งบอกว่า เพื่อนของคนที่ประท้วงในเมืองเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งถูกตำรวจจับกุมในวันอาทิตย์และวันอังคารตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อวันจันทร์ แต่โทรศัพท์ของพวกเขาถูกตำรวจยึดไป
ทั้งนี้ ในสังคมออนไลน์และแอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียที่ถูกตรวจสอบโดยรัฐอย่างละเอียด ผู้ใช้คนใดที่โพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับการประท้วงจะถูกติดตามตัวอย่างง่ายดาย จากการที่แพลตฟอร์มต่างๆ ของจีนบังคับให้ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง
ด้านรุย จง นักวิเคราะห์ประเทศจีนจากศูนย์วิลสัน รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การกวาดล้างทางโซเชียลและโทรศัพท์มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นทั้งในโลกของความเป็นจริงและโลกเสมือนจริง

