‘มะกัน-ญี่ปุ่น-โสมขาว’ คว่ำบาตรโสมแดงเพิ่ม เหตุทดสอบขีปนาวุธ ‘ไอซีบีเอ็ม’
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมว่า สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรเอเชียตะวันออก อย่าง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมกันออกมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จากเกาหลีเหนือที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของประเทศ หลังจากที่กรุงเปียงยางทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบขีปนาวุธกว่า 60 ลูก ที่ทำประวัติศาสตร์สูงที่สุดในปีนี้
หลังจากที่ล้มเหลวในการผลักดันให้องค์การสหประชาติ (ยูเอ็น) มีมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากขึ้น จากการสกัดกั้นของจีนและรัสเซียที่ให้เหตุผลว่าควรริเริ่มการเจรจามากว่าเพื่อหลีกเลี่ยงภัยด้านสิทธิมนุษยชน สหรัฐจึงหันมาให้ความสำคัญกับความร่วมมือแบบไตรภาคี รวมถึงชาติยุโรปอื่นๆ ในการคว่ำบาตรที่จะระงับทรัพย์สินของบุคคลที่มีฐานอยู่ในสหรัฐ และสกัดกั้นไม่ให้พวกเขาเข้าถึงพวกมัน แม้ว่าดูเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มากกว่าก็ตามที
กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่ถูกคว่ำบาตร ได้แก่ จอน อิลโฮ ยู จิน และ คิม ซูกิล ซึ่งเป็นบุคลากรที่ทางสหภาพยุปโรป (อียู) ได้กำหนดให้ถูกดำเนินการดังกล่าวแล้วเช่นกันในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงยังระบุว่า จอน อิลโฮ และยูจิน เป็นบุคคลที่มีบทบาทหลักในการพัฒนาอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมอาวุธของเกาหลีเหนือตามลำดับ ส่วน คิม ซูกิล เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของกรมการเมืองใหญ่ของทัพเกาหลีเหนือระหว่างปี 2018 – 2021
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศคว่ำบาตรปัจเจกบุคคลอีก 7 ราย ซึ่งรวมถึงชาวสิงคโปร์ 1 คน และชาวไต้หวัน 1 คน และหน่วยงานอีก 8 แห่ง ซึ่งทางกระทรวงกล่าวว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีใต้นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการตอบโต้ภัยคุกคามขีปนาวุธและนิวเคลียร์ที่เพิ่มมากขึ้นของเกาหลีเหนือ
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นก็ได้ประกาศคว่ำบาตรหน่วยงานจำนวน 3 แห่งและปัจเจกบุคคลอีก 1 คน ซึ่งรวมถึงกลุ่มลาซารัส ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยการก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์
ไบรอัน เนลสัน รัฐมนตรีช่วยด้านก่อการร้ายและข่าวกรองด้านการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวถึงการที่กระทรวงได้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดในความร่วมมือ 3 ฝ่ายร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เพื่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่สำคัญในโครงการด้านขีปนาวุธทิ้งตัวและอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของเกาหลีเหนือ
ขณะที่แอนโธนี รุจเจียโร ซึ่งเคยเป็นผู้นำการคว่ำบาตรในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ว่า การคว่ำบาตรโดยพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือยังไม่เพียงพอ และเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ รัฐบาลสหรัฐควรคว่ำบาตรแหล่งรายได้ของเปียงยาง และบีบบังคับให้คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือต้องทำการตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับลำดับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศ
อย่างไรก็ดี โฆษกจากสภาความมั่นคงของทำเนียบขาวสหรัฐกล่าวว่า มาตรการนี้ประสบความสำเร็จในการชะลอการพัฒนาโครงการอาวุธ และทำให้เกาหลีเหนือหันไป “วิธีที่หมดหวังมากขึ้นในการสร้างรายได้เช่นการปล้นเงินดิจิทัลและอาชญากรรมทางไซเบอร์อื่น ๆ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับโครงการอาวุธ”

