‘ยูเอ็น’ ประณาม รบ.เมียนมา สั่งประหารผู้เห็นต่างเพิ่ม ซัดไต่สวนไม่เป็นธรรม
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ว่าข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประณามรัฐบาลทหารเมียนมา ที่ได้ตัดสินประหารผู้เห็นต่างที่วิจารณ์รัฐบาลเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้โทษประหารเป็นเครื่องมือการบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากสาเหตุดังกล่าวอยู่ที่ 139 ราย
โฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ฯ ระบุว่า มีนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 ราย ที่ถูกสั่งประหารชีวิตอย่างเป็นความลับเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน และยังมีรายงานว่า นักกิจกรรมเยาวชน จำนวน 4 ราย ก็ถูกตัดสินด้วยบทลงโทษเดียวกันในวันต่อมา
เติร์กระบุในแถลงการณ์ว่า “กองทัพเมียนมายังคงดำเนินการทางศาลที่เป็นความลับ ซึ่งละเมิดหลักพื้นฐานของการไต่สวนอย่างเป็นธรรม ทั้งยังขัดกับหลักการพิจารณาคดีที่รับประกันความเป็นอิสระและความเป็นกลาง อีกทั้งศาลทหารยังล้มเหลวอย่างต่อเนื่องในการยึดมั่นต่อความโปร่งใส ซึ่งตรงข้ามกับกระบวนการทางกฎหมายขั้นพื้นฐานที่สุด หรือการรับประกันการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม”
เติร์กกล่าวอีกว่า รัฐบาลทหารเมียนมาได้จับกุมผู้คนเกือบ 16,500 คน ด้วยโทษฐานต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ที่ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนดังกล่าวยังรวมถึงผู้คน 1,700 คน ที่ถูกไต่สวนในศาลลับโดยปราศจากการเข้าถึงทนาย
สอดคล้องกับที่สหภาพนักเรียนจากมหาวิทยาลัยดากอง ในเมืองย่างกุ้งของเมียนมา ระบุผ่านเฟซบุ๊กในวันที่ 1 ธันวาคม ว่านักศึกษาจากสถาบันดังกล่าว จำนวน 7 ราย ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ถึง 24 ปี ซึ่งถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 21 เมษายน ถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยศาลทหารในเรือนจำอินเส่ง นครย่างกุ้ง
ผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยดากองกล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 7 ราย ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มกองโจรหนึ่งที่ต่อต้านการปกครองของทหาร และถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรม จากการยิงผู้จัดการสาขาธนาคารหนึ่งอย่างอุกอาจในเดือนเมษายน

