จีนส่งฝูงบินทิ้งระเบิด ‘H-6’ 18 ลำ บุกเขตป้องกันตนเองไต้หวัน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมว่า จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ได้จำนวน 18 ลำ เข้าไปยังเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอแซด) ของไต้หวัน เพียงไม่กี่วันหลังจากที่กรุงปักกิ่งระงับการนำเข้าสินค้าจากไต้หวันเพิ่มเติม ถือเป็นการส่งสัญญาณความสัมพันธ์ที่ถดถอยล่าสุดระหว่างกัน
กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุในรายงานประจำวันว่า เครื่องบินจำนวน 21 ลำ บินเข้ามายังเขตเอดีไอแซดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ซึ่งเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลหลักของจีน ที่สามารถติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ได้ จำนวน 18 ลำ
ฝูงเครื่องบินรบจีนครั้งนี้ถือว่าเป็นสถิติการใช้เครื่องบิน H-6 บินก่อกวนรายวันครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 ที่ไทเปเริ่มเปิดเผยข้อมูลการรุกล้ำน่านฟ้ารายวัน ตามฐานข้อมูลที่เอเอฟพีดูแล โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวน 21 ลำเข้ามายังเขตเอดีไอแซดของไต้หวัน ขณะที่ยอดสุทธิในปัจจุบันของเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 23 ลำ
ท่าทีนี้ของจีนเกิดขึ้นหลังจากที่ปักกิ่งประกาศระงับการนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม สุรา และสินค้าประมงจากไต้หวันเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ซู เจิงชาง นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวหาจีนว่า ละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ และ “กีดกัน” ไต้หวัน
ทั้งนี้ ไต้หวันที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตยตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามการรุกรานอย่างต่อเนื่องของจีน ที่มองว่าเกาะที่มีระบบการปกครองเป็นของตัวเองนี้ คือส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งจะถูกผนวกรวมในสักวันหนึ่ง โดยจีนได้ยกระดับการกดดันทั้งทางการทหาร การทูต และเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเลือกตั้งของไต้หวันปี 2016 ที่ส่งผลให้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้มีจุดยืนคัดค้านความเป็นส่วนหนึ่งของจีนขึ้นเป็นผู้นำของเกาะไต้หวัน แต่ท่าทีที่แข็งกร้าวเกินไปของ น.ส.ไช่ ในระยะหลังก็ทำให้พรรคของเธอพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เช่นกัน

