เปรูประกาศ ‘ภาวะฉุกเฉิน’ ทั่วประเทศ เร่งปราบจลาจล อัยการร้องคุกอดีตปธน. 18 เดือน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมว่า เปรูได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งประเทศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ซึ่งเป็นการมอบอำนาจพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและจำกัดเสรีภาพต่างๆ ของประชาชน ที่รวมถึงเสรีภาพในการรวมกลุ่ม หลังประเทศเผชิญกับการประท้วงที่รุนแรงเป็นเวลาถึง 1 สัปดาห์ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ราย
การประท้วงในเปรูปะทุขึ้นเมื่อนายเปโดร คาสติญโญ อดีตประธานาธิบดีของประเทศถูกรัฐสภาเปรูถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวหลังจากที่พยายามยุบสภาโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายในเวลาต่อมา ทำให้นางดินา โบลัวร์เต รองประธานาธิบดีเปรู ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเปรูคนใหม่ต่อจากนายคาสติญโญ ตามมติของรัฐสภา
ขณะที่ฝ่ายอัยการกล่าวเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พยายามเรียกร้องให้มีการคุมขังนายคาสติญโญก่อนการไต่สวนเป็นเวลา 18 เดือน โดยเขาถูกตั้งข้อหาการก่อกบฎและการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งศาลฎีกาของเปรูได้ประชุมกันเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่ต่อมากลับระงับการหารือนี้ไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้นได้จุดประกายความโกรธเคืองและความรุนแรงขึ้นในเปรู โดยเฉพาะในภูมิภาคชนบทและพื้นที่ทำเหมืองแร่ ที่เป็นเสียงสนับสนุนหลักที่ทำให้คาสติญโญเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศได้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นการจลาจลที่ผู้ชุมนุมเข้าขัดขวางการจราจร จุดไฟเผาอาคาร และบุกรุกสนามบินของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย จากเหตุผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายตกเป็นเหยื่อของกระสุนปืน
อัลเบร์โต โอตาโรลา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเปรูกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า พวกเราได้ตัดสินใจประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินทั้งประเทศ เนื่องจากเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินและความรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องมีการตอบโต้ที่รุนแรงจากรัฐบาล พร้อมเสริมว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินจะหมายถึงการจำกัดสิทธิเสรีภาพบางประการ อาทิ เสรีภาพในการรวมกลุ่มและการผ่านแดน รวมถึงให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นบ้านเรือนโดยไม่มีหมายค้นได้
นางโบลัวร์เตยังกล่าวอีกว่า สามารถเลื่อนการเลือกตั้งของประเทศมาเป็นเดือนธันวาคม 2023 จากเดือนเมษายน 2024 ซึ่งเป็นวันที่เธอให้คำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ในปัจจุบัน การเลือกตั้งครั้งต่อไปมีกำหนดในปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายคาสติญโญจะสิ้นสุดลงตามวาระ

