‘Sex worker’ เมืองเบียร์ เปิดตัวแอพพ์เล่าประวัติศาสตร์ทรงเกียรติ หวังลบถูกสังคมตีตรา

FILE PHOTO (REUTERS)

‘Sex worker’ เมืองเบียร์ เปิดตัวแอพพ์เล่าประวัติศาสตร์ทรงเกียรติ หวังลบถูกสังคมตีตรา

‘Sex worker’ หรือผู้ให้บริการทางเพศในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีออกมาเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ทรงเกียรติของอาชีพค้าประเวณีที่ฝังรากลึกในสังคม ผ่านโครงการ “We Have Always Been Everywhere” ด้วยความหวังว่าแอพพ์ดังกล่าวจะช่วยลบการตีตราในสังคม การข่มเหง และคำสาปของการแบ่งสรรพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพนี้ได้

โครงการดังกล่าวจะให้บริการ audio guide ผ่านแอพพลิเคชั่น the berlinHistory ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของย่านโคมแดงอันเลื่องชื่อของชุมชน Schoeneberg ที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุงเบอร์ลินตั้งแต่ช่วงปี 1880 เป็นต้นมา โครงการนี้ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกโดยเหล่า Sex worker ในท้องถิ่น ภายใต้การสนับสนุนจากศาลาว่าการกรุงเบอร์ลินและพิพิธภัณฑ์ Schwules ที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ

เอมม่า แพนเคิร์สต์ (AFP)

เอมม่า แพนเคิร์สต์ ผู้ใหบริการทางเพศที่ใช้ชื่อของนักขับเคลื่อนสิทธิสตรีในศตวรรษที่ 19 และหนึ่งในผู้ก่อตั้งกล่าวว่า แม้ว่ากฎหมายการค้าประเวณอย่างเสรีของเยอรมนีจะมีความก้าวหน้าอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของเธอ แต่กรุงเบอร์ลินกลับล้มเหลวในการผลักดันชื่อเสียงของเมืองให้สมกับฐานะพื้นที่ปลอดภัยทางเพศ ซึ่งเธอยังกล่าวว่าชุมชนผู้ให้บริการทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประเด็นความหลากหลายทางเพศในเมืองหลวงของเยอรมนีเปิดกว้างจนกลายเป็น “หนึ่งในสวงสวรรค์บนโลกของชาวเกย์”

อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องการแบ่งสรรพื้นที่ในย่านดังกล่าว รวมถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นได้บีบคั้นเธอและเพื่อนร่วมงานของเธอให้ประสบกับความยากลำบากทางการเงินมากขึ้น และการระงับการบริการทางเพศเป็นเวลา 9 เดือนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลกระทบเชิงลบที่ยาวนาน ซึ่งมักถูกใช้เป็นข้ออ้างในการคุกคามและสร้างความรุนแรง

Advertisement

นอกจากนี้ แม้ว่าการค้าประเวณีจะเป็นเรื่องถูกกฎหมายในเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2017 แต่ทางการเบอร์ลินได้บังคับให้เหล่า Sex worker ลงทะเบียน ส่งผลการตรวจสุขภาพ และใช้ถุงยาง ซึ่งนักกิจกรรมหลายคนมองว่าการบังคับให้มีการลงทะเบียนผู้ค้าบริการทางเพศ จะเป็นการผลักให้ผู้คนจำนวนมากไหลเข้าสู่ระบบของตลาดใต้ดินอีกครั้ง ซึ่งอาจที่ทำให้เกิดหายนะ อย่างการค้ามนุษย์ได้

ด้านเบอร์จิด โบโซลด์ จากพิพิธภัณฑ์ Schwules กล่าวว่า หน่วยงานได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว เนื่องจากความเป็นหนึ่งเดียวที่มีมาอย่างนานของกลุ่ม Sex worker และชุมชนชาวเควียร์ ผู้ “เข้าใจว่าการถูกทำให้เป็นบุคคลชายขอบและถูกลบออกจากประวัติศาสตร์หมายความว่าอย่างไร” สอดคล้องกับที่โครงการนี้กล่าวว่า การให้บริการทางเพศแม้ว่าจะดูเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ก็เป็นอาชีพที่มีเกียรติจากที่มันมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image