‘ยูเอ็น-อียู’ ประณามทวิตเตอร์แบนบัญชีนักข่าว มัสก์ชี้ปลดบล็อกแล้ว หลังสังคมเรียกร้อง
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาประณามการตัดสินใจของทวิตเตอร์ที่ได้ระงับบัญชีผู้ใช้ของนักข่าวที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับอีลอน มัสก์ และบริษัทสื่อโซเชียลยอดนิยมที่เขาเป็นเจ้าของ ขณะที่โฆษกของทวิตเตอร์กล่าวว่า การแบนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนโยบายห้ามแชร์พิกัดที่อยู่ของบุคคลอื่นๆ แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นนโยบายด้านข้อมูลส่วนตัวใหม่ของบริษัท
เมลิสซา เฟลมมิง รองเลขาธิการยูเอ็นด้านการสื่อสารโลกกล่าวว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากมีรายงานว่านักข่าวหลายคนกำลังถูกสกัดกั้นการเข้าถึงบัญชีทวิตเตอร์โดยพลการ และว่า เสรีภาพของสื่อไม่ใช่ของเล่น ทั้งยังย้ำว่ามันเป็นหลักสำคัญของของสังคมประชาธิปไตยและเครื่องมือหลักในการต่อต้านข่าวปลอมที่เป็นอันตรายได้
สอดคล้องกับ วีรา ยูโรวา กรรมาธิการอียู ที่กล่าวเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมว่า ทวิตเตอร์อาจถูกอียูคว่ำบาตร ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act ซึ่งเป็นข้อบัญญัติใหม่ขององค์การ ซึ่งเธอกล่าวว่าจะเป็นการบังคับให้เคารพเสรีภาพและสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ของสื่อ
“อีลอน มัสก์ ควรระมัดระวังเรื่องดังกล่าว ว่าประเด็นเหล่านี้ก็มีขีดจำกัด และการคว่ำบาตรเช่นกัน” ยูโรวากล่าว
ด้านมัสก์ ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องการระงับบัญชีของนักข่าวนี้โดยตรง แต่ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า “จะวิจารณ์ผมตลอดเวลาก็ไม่เป็นไร แต่การเผยพิกัดของผมแบบเรียลไทม์และทำให้ครอบครัวผมเป็นอันตรายน่ะไม่ได้” และว่า “กฎดังกล่าวจะถูกใช้กับนักข่าว เช่นเดียวกับทุกคน”
อย่างไรก็ดี ทวิตเตอร์ได้ทำการยกเลิกการระงับการเข้าใช้บัญชีของนักข่าวเหล่านี้แล้วในวันที่ 17 ธันวาคม หลังจากที่ประชาชนจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็นในโพลล์ที่มัสก์ตั้งไว้ในแอพพ์นกฟ้าให้ปลดบล็อกบัญชีเหล่านี้ในทันที สอดคล้องกับที่มัสก์ทวีตว่า “ประชาชนได้ส่งเสียงแล้ว บัญชีที่เผยข้อมูลส่วนตัวด้านพิกัดที่อยู่ของผมจะได้รับการยกเลิกการถูกแบนในขณะนี้”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ทวิตเตอร์ปรับนโยบายความส่วนตัวใหม่ที่ห้ามแชร์พิกัดที่อยู่ของบุคคลอื่นแบบเรียลไทม์ ซึ่งในวันเดียวกัน มัสก์ก็ได้ทวีตว่าบัญชีใดก็ตามที่กระทำการดังกล่าว จะถูกระงับการใช้งานบัญชี เนื่องจากเป็นการละเมิดความปลอดภัยทางกายภาพของผู้อื่น ขัดแย้งกับคำพูดของเขาในเดือนพฤศจิกายนที่สะท้อนความยึดมั่นต่อเสรีภาพทางความคิดเห็นของเขาว่า มันได้แผ่ขยายไปถึงการไม่ห้ามบัญชีที่ติดตามเครื่องบินของตน แม้ว่าจะเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลโดยตรงก็ตาม

