หน้าแรก ต่างประเทศ ครั้งแรก! ยูเ...

ครั้งแรก! ยูเอ็นเอสซีลงมติ เรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรง-ปล่อยตัวนักโทษการเมือง จีน-รัสเซีย งดออกเสียง

22.12.22 | 13:45 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

ครั้งแรก! ยูเอ็นเอสซีลงมติ เรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรง-ปล่อยตัวนักโทษการเมือง จีน-รัสเซีย งดออกเสียง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) รับรองข้อมติว่าด้วยเรื่องวิกฤตเมียนมาเป็นครั้งแรกในรอบ 74 ปี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งระบุเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและให้รัฐบาลทหารปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทั้งหมด รวมถึงนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่ถูกกองทัพทำรัฐประหารยึดอำนาจไปเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ปี 2021

“วันนี้เราได้ส่งสารที่มั่นคงไปยังกองทัพว่าพวกเขาไม่ควรสงสัย เราคาดหวังว่ามตินี้จะถูกนำไปใช้อย่างเต็มรูปแบบ และเรายังได้ส่งสารชัดเจนไปยังประชาชนเมียนมาว่าเราแสวงหาความก้าวหน้าตามสิทธิ ความปรารถนาและผลประโยชน์ของพวกเขา” นางบาร์บารา วูดเวิร์ด เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำยูเอ็น กล่าวต่อสมาชิก 15 ชาติของยูเอ็นเอสซี ภายหลังการรับรองข้อมติดังกล่าวที่อังกฤษเป็นผู้ร่าง

อย่างไรก็ดีมีความเห็นแตกต่างกันมานานในการจัดการกับวิกฤตปัญหาในเมียนมา ที่จีนและรัสเซีย ซึ่งต่างเป็นสมาชิกถาวรยูเอ็นเอสซีที่มีสิทธิวีโต้และคัดค้านการดำเนินการที่แข็งกร้าว ในครั้งนี้ทั้งสองชาติได้งดออกเสียงในการลงมติครั้งนี้ รวมถึงอินเดียด้วย โดยคงเหลือสมาชิกยูเอ็นเอสซี 12 ชาติ ที่รับรองข้อมตินี้

นายจาง จุน เอกอัครราชทูตประจำยูเอ็น กล่าวภายหลังการลงมติว่า จีนยังคงกังวล “ไม่มีการแก้ไขที่รวดเร็วต่อปัญหานี้ ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องหรือไม่นั้น โดยพื้นฐานแล้วขึ้นอยู่กับเมียนมาเองเท่านั้น” และว่า จีนต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงรับรองแถลงการณ์ที่เป็นทางการเกี่ยวกับเมียนมา ไม่ใช่การลงมติ

ด้านนายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวว่า มอสโกไม่ได้มองว่าสถานการณ์ในเมียนมาเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงเชื่อว่าคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นไม่ควรเข้าไปจัดการ

Advertisement

ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยินดีกับการรับรองมติดังกล่าว โดยกล่าวว่า นี่เป็นก้าวสำคัญของคณะมนตรีความมั่นคงในการแก้ไขวิกฤตและยุติการปราบปรามและการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนที่ทวีความรุนแรงขึ้นของรัฐบาลทหารเมียนมา

จนถึงขณะนี้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีเพียงความเห็นพ้องกันในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเมียนมา ที่กองทัพได้ปราบปรามชนมุสลิมโรฮีนจาในปี 2017 ซึ่งสหรัฐชี้ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับร่างข้อมติยูเอ็นเอสซีเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยถ้อยความในร่างข้อมติดังกล่าวที่รอยเตอร์ได้เห็น ระบุเรียกร้องให้ยุติการส่งอาวุธให้กับเมียนมาและขู่จะคว่ำบาตร แต่ถ้อยคำเหล่านั้นได้ถูกลบออกไปแล้ว

ในส่วนข้อมติที่ผ่านการรับรองจากยูเอ็นเอสซี ได้ระบุแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศใช้เมื่อยึดอำนาจและผลกระทบร้ายแรงที่มีต่อประชาชนเมียนมา ทั้งยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและในทันที เพื่อให้มีการปฏิบัติตามแผนสันติภาพของอาเซียนที่ได้บรรลุความเห็นพ้องไว้ และให้สนับสนุนสถาบันและกระบวนการประชาธิปไตย ดำเนินการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และการประนีประนอมตามเจตจำนงและผลประโยชน์ของประชาชน

ทั้งนี้ที่ผ่านมามีเพียงข้อมติเดียวเกี่ยวกับเมียนมาที่ได้รับการรับรองโดยยูเอ็นเอสซี คือ ในปี 1948 ที่มีการเสนอให้สมัชชาใหญ่ยูเอ็นรับเมียนมาเป็นสมาชิก