อินเดียผวา วอน ปชช.สวมหน้ากาก-เว้นระยะห่าง-ฉีดวัคซีนกระตุ้น หลังเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีในจีน
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมว่า อินเดียกลับมาตื่นตัวเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19 ขึ้นอีก โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขอินเดียเรียกร้องให้ประชาชนกลับมามีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการป้องกันโรคโควิด ที่รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ รักษาระยะห่างทางสังคม ล้างมือบ่อยๆ และรับการฉีดวัคซีน
ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ร้องขอให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเช่นกัน
นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นอินเดียอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่เปิดเผยชื่อ เปิดเผยว่าได้มีการออกคำสั่งให้เริ่มทำการสุ่มตรวจหาเชื้อกับผู้โดยสารระหว่างประเทศที่สนามบินต่างๆ ในประเทศด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอินเดียเห็นสถานการณ์ติดเชื้อโควิดที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศจีน ชาติเพื่อนบ้าน จึงเกิดความผวากลัว ขณะที่ข้อมูลของทางการอินเดียระบุว่า ขณะนี้อินเดียมีจำนวนผู้ป่วยที่ยังติดเชื้อโควิดอยู่ในประเทศเพียง 3,400 รายเท่านั้น และจนถึงขณะนี้อินเดียได้มีการฉีดวัคซีนต้านโควิดให้กับประชาชนในประเทศไปแล้วมากกว่า 2,200 ล้านโดส แต่มีประชากรเพียง 27% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว
ทั้งนี้ อินเดียได้ผ่อนปรนกฎการสวมหน้ากากอนามัยไปเมื่อต้นปีนี้ หลังจากเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อลดระดับลง แต่สถานการณ์ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศจีน ทำให้อินเดียกลับมายกระดับการเฝ้าระวัง
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อินเดียมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ BF.7 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน จำนวน 4 ราย โดย 3 รายอยู่ในรัฐคุตราช และ 1 รายในรัฐโอฑิศา ซึ่งตรวจพบในเดือนกรกฎาคม กันยายนและพฤศจิกายน โดยผู้ป่วยทั้งหมดหายดีแล้ว

