ผู้เชี่ยวชาญชี้ปม คลายคุมโควิดไม่รัดกุม ทำสาธารณสุขจีนป่วน
หลังจากที่รัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ที่ใช้มานาน 3 ปี ลงอย่างกะทันหันไปเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา จีนต้องดิ้นรนในการแก้ปัญหาการพังทลายของระบบสาธารณสุขของประเทศ ด้านชาวจีนประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนยารักษา ขณะที่สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ก็ถูกถาโถมด้วยภาระงานที่มากขึ้น จากการขาดแคลนบุคลากร ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตโควิดของทางการจีน
โรงพยาบาล 4 แห่งให้ความเห็นต่อรอยเตอร์ว่า การวางแผนจุดจบของโควิด-19 ในประเทศที่ไม่รัดกุมของทางการจีน ทำให้พวกเขาต้องมาจัดการกับการเปิดประเทศที่วุ่นวายนี้ ขณะที่เสียงของแพทย์รายหนึ่งจากโรงพยาบาลในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลควรได้รับการแจ้งผ่อนคลายกฎเข้มคุมโควิดจากภาครัฐล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานสามารถเตรียมการรับมือได้อย่างเพียงพอ
สอดคล้องกับที่บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวนมากกล่าวถึงความล้มเหลวของทางการจีน ในการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด และการประชาสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ทางออกของปัญหาโรคระบาดนี้ต่อสาธารณะ และว่า หากจีนไม่ได้ทุ่มทรัพยากรส่วนใหญ่ไปกับมาตรการกักตัวและการตรวจหาเชื้อ สนับสนุนโรงพยาบาล คลินิก และการฝึกอบรมให้บุคลากรมากขึ้น จีนน่าจะมีทางออกที่ดีกว่าในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ทางการจีนต้องการที่จะควบคุมอุปทานการผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ทั่วประเทศ เนื่องจากประชาชนหลายล้านคนไม่สามารถเข้าถึงยาและชุดตรวจหาเชื้อได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทาบทามบริษัทเวชภัณฑ์ของจีนจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยจัดหาอุปทานให้เพียงพอ และผู้ผลิตชุดตรวจโควิดที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานควบคุมของจีนอย่างน้อย 11 ราย ถูกรัฐบาลจีนเข้าคุมการผลิตบางส่วนแล้ว

