โสมแดงยิงขีปนาวุธ 2 ลูกลงทะเลญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อ โต้มะกัน-โสมขาวซ้อมรบ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 2 ลูกตกลงในทะเลตะวันออก หรือที่เรียกอีกชื่อ ทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมตามรายงานของกองทัพเกาหลีใต้ ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นการตอบโต้การซ้อมรบร่วมกันทางอากาศระหว่างกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้เผยว่า “กองทัพของเราพบเห็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ที่ถูกยิงโดยเกาหลีเหนือจากเขตซูนัน กรุงเปียงยาง ตกในทะเลตะวันออกเมื่อเวลาประมาณ 16.32 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 23 ธันวาคม” ขีปนาวุธทั้งสองลูกเดินทางไปในอากาศเป็นระยะทาง 250 กิโลเมตร และ 350 กิโลเมตรตามลำดับก่อนตกลงในทะเล
ด้านทางการญี่ปุ่นก็ออกมายืนยันถึงการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือแล้ว โดยนายฮิโรคาสุ มัตสึโนะ โฆษกของรัฐบาล ประณามการยิงขีปนาวุธของเกาเหลีเหนือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างถึงที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาให้ความเห็นว่าการซ้อมรบร่วมทางอากาศระหว่างกองทัพสหรัฐและเกาเหลีใต้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับเกาหลีเหนือ เพราะเหล่าทัพที่มีความพร้อมน้อยที่สุดของเกาหลีเหนือคือกองทัพอากาศ เนื่องจากเกาหลีเหนือยังขาดเครื่องบินรบที่ทันสมัยและนักบินที่ผ่านการฝึก โดยการซ้อมรบระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เครื่องบินรบหลายชนิดเข้าร่วมการฝึก อาทิ เครื่องบินรบ F-22 เครื่องบินรบล่องหน F-35 และเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52H ของสหรัฐ
ยาง มูจิน ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือศึกษา ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ให้ความเห็นกับเอเอฟพีว่า “การยิงขีปนาวุธในวันนี้อาจเป็นการตอบโต้การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาของเกาหลีเหนือ”
การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลสหรัฐออกมาเผยว่าเกาหลีเหนือส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ แวกเนอร์ องค์กรกึ่งทหารที่เป็นเครือข่ายทหารรับจ้างของรัสเซีย รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ได้ออกมาประณามการที่เกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแวกเนอร์แล้ว โดยกล่าวเน้นย้ำว่าการกระทำดังกล่าวถือการละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เนื่องจากเกาหลีเหนือถูกสั่งห้ามไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมทางการทหาร ด้านเกาหลีเหนือได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของทั้งสองชาติแล้ว

