สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน หลังการเสียชีวิตลงของนายฟิเดล คาสโตร รัฐบุรุษผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติของคิวบา ซึ่งถือเป็นแถลงการณ์แรกของทรัมป์ต่อประเทศคิวบา หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยในแถลงการณ์ของทรัมป์ ระบุถึง ฟิเดล คาสโตร ว่าเป็นผู้นำเผด็จการผู้โหดเหี้ยม ที่ทำการกดขี่ข่มเหงประชาชนของตัวเองนานเกือบ 6 ทศวรรษ การทำให้ประชาชนอดอยากและไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
“แม้ว่าความโศกเศร้า การตายและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากฟิเดล คาสโตร จะไม่สามารถลบล้างไปได้ แต่รัฐบาลของผมจะทำทุกสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อให้แน่ใจได้ว่า ที่สุดแล้วชาวคิวบาจะสามารถเริ่มต้นเส้นทางใหม่เพื่อมุ่งหน้าสู่ความรุ่งเรืองและเสรีภาพได้” แถลงการณ์ของทรัมป์ระบุ และว่า ขณะที่คิวบายังคงเป็นรัฐเผด็จการเบ็ดเสร็จ แต่ตนก็หวังว่าวันนี้จะเป็นโอกาสในการขจัดซึ่งความหวาดกลัวให้ได้อย่างยาวนาน และมุ่งหน้าสู่อนาคตที่ชาวคิวบาจะได้อยู่อย่างมีเสรีภาพตามที่หวัง
ข่าวระบุว่า แถลงการณ์ของทรัมป์ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องการยกเลิกนโยบายสานสัมพันธ์กับคิวบา ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทำการฟื้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับคิวบาอย่างต่อเนื่อง หลังจากเป็นประเทศคู่อริกันมานานกว่า 50 ปี โดยในช่วงหาเสียง ทรัมป์ได้ขู่ที่จะยกเลิกการสานสัมพันธ์กับคิวบา หากคิวบายังไม่เดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนและปล่อยตัวนักโทษการเมือง

