หน้าแรก ต่างประเทศ รอบโลกรอบปี 2...

รอบโลกรอบปี 2022 กับเหตุการณ์โลกตะลึง

29.12.22 | 06:39 น.

รอบโลกรอบปี 2022 กับเหตุการณ์โลกตะลึง

ในปี 2022 มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอุบัติขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจับอาวุธทำสงครามเข่นฆ่ากัน อย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน การลอบสังหารและการสูญเสียบุคคลสำคัญระดับโลกไปอย่างน่าใจหาย ดั่งการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เกิดโศกนาฏกรรมสุดช็อกสะเทือนขวัญทั้งที่เกิดจากฝีมือมนุษย์และธรรมชาติ การเผชิญวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจกระทบปากท้องผู้คน ขณะโรคโควิด-19 ยังคงแผลงฤทธิ์ระบาดต่อไป

ในโอกาสที่กำลังจะผ่านพ้นไปอีกปี ขอประมวลเหตุการณ์สำคัญที่น่าตกตะลึง ซึ่งเกิดขึ้นในรอบปีนี้ส่วนหนึ่งมาย้อนทบทวนกัน

คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด

เริ่มด้วยสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความตึงเครียดตั้งแต่ต้นปีต่อเนื่องถึงท้ายปี กับการทดสอบขีปนาวุธหลากชนิดและอาวุธอื่นๆ ของเกาหลีเหนือมากเป็นประวัติการณ์ ที่มีตั้งแต่ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ พิสัยกลางและพิสัยไกล ไปจนถึงขีปนาวุธนำวิถียิงข้ามทวีป(ไอซีบีเอ็ม) ที่โจมตีเป้าหมายได้ไกลถึงสหรัฐอเมริกา และขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง(ไฮเปอร์โซนิก) ที่หลบเลี่ยงระบบต่อต้านขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้ามได้ ท่ามกลางการจับตาของเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมจะทดสอบนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 7 นับจากเกาหลีเหนือพักการทดสอบนิวเคลียร์ไปในปี 2017 หลังบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ กับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ชาติคู่ปรับ มีทีท่าอบอุ่นขึ้น

การทดสอบอาวุธอานุภาพสูงอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ เป็นการท้าทายมาตรการคว่ำบาตรเปียงยางของสหประชาชาติ ที่จุดความกังขาว่าการลงดาบดังกล่าว ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะหยุดยั้งความเหิมเกริมของเกาหลีเหนือในโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของหรือไม่ ขณะที่คิม จอง อึน ประกาศกร้าวจะให้เกาหลีเหนือเป็นชาตินิวเคลียร์โลก

ลอบสังหาร ‘ชินโสะ อาเบะ’

Advertisement

เป็นโศกนาฎกรรมที่ช็อกชาวญี่ปุ่นและชาวโลก เมื่อมือปืนก่อเหตุลอบยิงสังหารนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทรงอิทธิพลของญี่ปุ่น ขณะอาเบะปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งให้กับผู้สมัครของพรรคเสรีประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี)ในเมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม

มือปืนผู้ก่อเหตุคือ เท็ตสึยะ ยามากามิ วัย 41 อดีตเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ที่รับสารภาพว่าแรงจูงใจก่อเหตุมาจากปมแค้นที่เจ้าตัวเชื่อว่า อาเบะ เป็นส่วนหนึ่งของ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” ที่ยามากามิปักษ์ใจว่าทำให้ครอบครัวของเขาต้องประสบปัญหาทางการเงิน จากการที่แม่ของเขานำเงินไปบริจาคให้กับโบสถ์ดังกล่าวจนหมดตัว

โดยปมความเกี่ยวพันระหว่างองค์กรทางศาสนาแห่งนี้กับสมาชิกพรรคแอลดีพี ยังคงสร้างความปวดหัวทางการเมืองให้กับ ฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่คะแนนนิยมลดฮวบมาจนถึงตอนนี้

ศรีลังกาวิปโยค

ประเทศศรีลังกาตกอยู่ในความปั่นป่วนหนัก หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ ที่เป็นปัญหาสะสมมาต่อเนื่อง จนรัฐบาลถังแตก ขาดแคลนเงินทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ ไม่มีเงินนำเข้าสินค้าพื้นฐานสำคัญ เช่น อาหาร เชื้อเพลิง และ ยารักษาโรค สำหรับประชากร 22 ล้านคน ขณะที่ศรีลังกายังต้องต่อสู้กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่า 70% และราคาอาหารพุ่งสูงกว่า 80% ทำให้ประชาชนโกรธแค้นลุกฮือขับไล่รัฐบาลประธานาธิบดีโคฐานภยะ ราชปักษะ จากการบริหารจัดการเศษรฐกิจผิดพลาด จนนำหายนะมาสู่ประเทศ ส่งผลให้นายราชปักษะต้องหลบหนีออกนอกประเทศและลาออกจากตำแหน่งไปในที่สุด

ช่องแคบไต้หวันระอุ

หวั่นจะปะทุเป็นสงครามขึ้น เมื่อเกิดการเผชิญหน้าสุดตึงเครียดขึ้นในช่องแคบไต้หวัน ในทันทีที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา วัย 82 โผล่เยือนไต้หวันขึ้นในกลางดึกคืนวันที่ 2 สิงหาคม

ถือเป็นการกระตุกหนวดมังกร โดยไม่สนใจคำขู่ของ “สี จิ้นผิง” ว่า “สหรัฐอย่าเล่นกับไฟ” ในกรณีของไต้หวัน ที่จีนถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง

การท้าทายดังกล่าวส่งผลให้กองทัพจีนตอบโต้ด้วยการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงรอบเกาะไต้หวันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยส่งเครื่องบินรบกว่า 100 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิด พร้อมเรือพิฆาตและเรือฟริเกตเข้าร่วม

ฮาโลวีนสยองที่อิแทวอน

กลายเป็นเทศกาลรื่นเริงก่อนคืนฮาโลวีน ที่โลกจะจดจำไม่รู้ลืม ในเหตุการณ์ที่ผู้คนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว ออกมาท่องราตรีช่วงเทศกาลฮาโลวีน ในค่ำคืนวันที่ 29 เข้าสู่วันที่ 30 ตุลาคม

ณ ตรอกแคบๆ ข้างโรงแรมแฮมิลตัน ในย่านอิแทวอน แหล่งสถานบันเทิงอันโด่งดังในกรุงโซลของเกาหลีใต้ ได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อผู้คนจำนวนมากที่เบียดเสียดกันอยู่ในตรอกแคบๆ นั้น เกิดเสียหลักล้มลงทับกันเป็นโดมิโนและทำให้เกิดการเหยียบกันตาย โดยสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากการขาดอากาศหายใจ

เหตุการณ์นั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 156 ราย ได้รับบาดเจ็บเกือบ 200 ราย ขณะที่มีการประเมินว่ามีผู้คนพากันมาเที่ยวที่อิแทวอนในค่ำคืนนั้นมากถึง 100,000 คน แต่ไร้ซึ่งการควบคุมฝูงชนและระบบจัดการที่ดี จนนำมาสู่ภัยพิบัติดังกล่าว

เหยียบกันตายคาสนามกีฬาอิเหนา

1 ตุลาคม การแข่งขันกีฬาได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมสุดสลด เมื่อเกิดเหตุเหยียบกันตายขึ้นที่สนามกีฬาจูรูฮัน ในเมืองมาลัง จังหวัดชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 180 คน

ความโกลาหลเกิดขึ้นหลังจากตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ก่อจลาจลในสนามฟุตบอล หลังการแข่งขันจบลงด้วยสโมสรอาเรมา เอฟซี พ่ายให้กับทีมเปอร์เซบายา สุราบายา ไป 2 ต่อ 3 ประตู ส่งผลให้แฟนบอลส่วนหนึ่งของทีมอาเรมา เอฟซี ไม่พอใจ พากันลงไปป่วนกลางสนาม ทำให้ตำรวจต้องใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ กลายเป็นเหตุจลาจลรุนแรง ที่นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เกิดขึ้นที่สนามกีฬาครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

เก้าอี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษสุดร้อน

เป็นเก้าอี้ร้อนจริงๆ สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยในปีนี้ อังกฤษเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน เริ่มจากการยอมลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายบอริส จอห์นสัน หลังทนกระแสกดดันจากสมาชิกในพรรคอนุรักษนิยมต่อไปไม่ไหว จากเหตุที่จอห์นสันมีเรื่องอื้อฉาวและปัญหาด้านจริยธรรมรุมเร้า

เปิดทางไปสู่การสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่นางลิซ ทรัสส์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศมาก่อน ได้รับโอกาสนั้นไป แต่เธอก็อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 45 วัน ก็ต้องตัดใจลาออก จากปมบริหารประเทศล้มเหลว จนตลาดเงินป่วนหนัก ทำให้เธอกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุด

ก่อนที่ ริชี ซูแน็ก นักการเมืองเชื้อสายอินเดีย วัย 42 ปี จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยยังสร้างสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษหลายด้าน ทั้งการเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของอังกฤษ เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเชื้อสายเอเชียคนแรก เป็นผู้นับถือศาสนาฮินดูคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ และเป็นนักการเมืองอังกฤษที่รวยที่สุด

โควิดไม่สิ้นฤทธิ์

สถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าคลี่คลายลง แม้หลายพื้นที่ทั่วโลกจะรับมือจัดการได้ดีขึ้นและกลับมาเปิดประเทศเพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจกันแล้ว การกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ที่รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งยังแตกหน่อเป็นสายพันธุ์ย่อย ก็ยังเป็นที่น่ากังวล แม้โลกจะมีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีด้านวัคซีน มีเครื่องมือตรวจหาเชื้อ มีวิธีรักษาและป้องกันโรคโควิดที่่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงประชากรโลกมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดีในหลายประเทศขณะนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังน่าวิตก โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ยึดมั่นในยุทธศาสตร์ “โควิดเป็นศูนย์” มาตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะยกเลิกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ หลังทานกระแสโกรธแค้นของประชาชนต่อไปไม่ไหว ที่พากันออกมารวมตัวประท้วงทั่วประเทศ พร้อมกับขับไล่ “สี จิ้นผิง” ให้ลงจากตำแหน่งไปด้วย

ในเวลานี้การรับมือโควิดของทางการจีนยังเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน ที่ระบบสาธารณสุขและสถานที่ฌาปนกิจศพ รับมือคนป่วยคนตายไม่หวาดไหว ท่ามกลางผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยข้อมูลวงในของหน่วยงานสาธารณสุขจีนที่หลุดรั่วออกมาชี้ว่าเพียง 20 วันแรกของเดือนนี้ จีนมีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ถึงเกือบ 250 ล้านคน และตอนนี้ทางการจีนได้ยุติรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรายวันไปแล้ว