หน้าแรก ต่างประเทศ 2022: ปีที่ซอ...

2022: ปีที่ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ดังไกลก้องโลก

1.01.23 | 07:20 น.

2022: ปีที่ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ดังไกลก้องโลก

“ซอฟต์พาวเวอร์” ถือว่าเป็น buzzword หนึ่งที่สำคัญของไทยประจำปี 2022 เนื่องจากเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงมากขึ้นและมีอิทธิพลต่องานด้านวัฒนธรรมไทยและนโยบายต่างประเทศตลอดปีที่ผ่านมา จากการที่ตัวแสดงต่างๆ ไม่ว่าจากทางภาคเอกชนหรือภาครัฐก็ตาม ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดและส่งออกวัฒนธรรมและความเป็นไทยที่ถือว่าเป็นทรัพยากรหนึ่งของซอฟพาวเวอร์ของประเทศ สู่สายตาของประชาคมโลกมากขึ้น

เริ่มต้นที่สาวมิลลิ แร็พเปอร์ดาวรุ่งชาวไทยที่ได้เป็นศิลปินเดี่ยวชาวไทยคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงผลงานเพลง และโชว์กินข้าวเหนียวมะม่วงกลางเวที Coachella 2022 เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ถือเป็นการหยิบยกวัฒนธรรมด้านอาหารของไทยสู่สายตาชาวต่างชาติอย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์ จน “ข้าวเหนียวมะม่วง” หรือ “Mango Sticky Rice” ติดเทรนด์การค้นหาอยู่ช่วงหนึ่งและกระตุ้นการรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าวเหนียวมะม่วงที่แพร่หลายมากขึ้น แม้ว่าการค้นหาส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ซอฟต์พาวเวอร์ของเธอก็ได้ผลักดันยอดขายข้าวเหนียวมะม่วงในประเทศ รวมถึงราคามะม่วงสุกให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแม่ค้าพ่อค้าและชาวสวนในช่วงเศรษฐกิจฝืดเครื่องอย่างมาก

ด้านภาครัฐไทยก็ได้ชูทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศเป็นซอฟต์พาวเวอร์และถ่ายทอดให้กับนานาชาติได้ชื่นชมมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นวาระโอกาสที่ดีอย่างยิ่งเพราะไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2022 ที่ถึงแม้จะเป็นเวทีการหารือของ 21 เขตเศรษฐกิจโลก ในเรื่องของการค้าและการลงทุนเป็นสำคัญ แต่ไทยก็ไม่พลาดโอกาสที่จะนำวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของประเทศมาสอดแทรกในทุกรายละเอียดของงาน เพื่ออวดโฉมซอฟต์พาวเวอร์ไทยแก่เหล่าผู้นำ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนจากหลายประเทศที่มารวมตัวกัน ณ เวทีการประชุมนี้

โดยก่อนหน้าการประชุมผู้นำเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนั้น ไทยมีการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคครั้งที่ 3 รวมถึงการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 16-31 สิงหาคม ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งการประชุมครั้งใหญ่ที่สุดที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,800 คนจาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค และไทยก็ได้แสดงศักยภาพด้านซอฟต์พาวเวอร์อย่างเต็มที่ ผ่านกิจกรรมที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ จัดเตรียมให้คณะผู้แทนได้สัมผัสความเป็นไทยในช่วงเวลาว่างหลังเสร็จสิ้นการประชุม ตั้งแต่การทำกระดาษจากมูลช้าง การเรียนรู้ภูมิปัญญาและวิถีชุมชนผ่านงานหัตถกรรมของไทยที่ Kalm Village และการชมการแสดงแสงสีเสียง ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

ทั้งนี้ ซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร อย่างอาหารเหนือ ดูจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจและความชื่นชอบจากคณะผู้เข้าร่วมการประชุมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวซอยที่หลายท่านเพิ่งเคยได้ลิ้มรสชาติเป็นครั้งแรกและติดใจจนต้องรับประทานซ้ำ ถึงขนาดที่มีผู้เข้าร่วมบางท่านรับประทานข้าวซอยทุกมื้อ สมกับที่นักรีวิวอาหารทั่วโลกโหวตให้เป็นอันดับที่ 1 จากทั้งหมด 50 อันดับซุปที่ดีที่สุด ผ่านเว็บไซต์ TasteAtlas

Advertisement

ดร.รีเบกกา ฟาติมา สตา มาเรีย ผู้อำนวยการบริหารของสำนักเลขาธิการเอเปค ได้กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม ถึงความเปิดกว้างของเวทีนี้ที่ทำให้ผู้คนมีโอกาสเรียนรู้มุมมองต่างๆ ทางด้านวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของไทยที่ดีขึ้น รวมถึงตอกย้ำความฮิตของข้าวซอยในหมู่ผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอีกครั้ง

ต่อมาที่งานประชุมผู้นำเอเปคระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ทางการไทยก็ได้ใช้เวทีดังกล่าวส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ และขนขบวนศิลปะวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ตระการตา มาแสดงสู่สายตาเหล่าผู้นำ เจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาจากหลายประเทศตลอดช่วงการประชุมเอเปค 2022 ไม่ว่าจะเป็น การแสดงหุ่นละครเล็ก “ยกรบ” และ ” หนุมานจับนางเบญจกาย” จากคณะหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ การแสดงสาธิตศิลปะแม่ไม้มวยไทยโดยบัวขาว บัญชาเมฆ และทีมครูดินแห่งค่ายลานนาไฟติ้งมวยไทย การนวดแผนไทย อาหารไทย รวมถึงการสาธิตทำขนมไทย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบูธนวดแผนไทยที่มีการจองคิวใช้บริการคับคั่งอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างงานกาล่าดินเนอร์อาหารค่ำของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเมื่อค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายน ก็เป็นอีกครั้งสำคัญที่ทางการไทย นำโดยกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมการแสดงหลากหลายชุดที่น่าสนใจและถ่ายทอดศิลปะวัฒนะธรรมไทยอันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของประเทศได้อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม โดยการแสดงนี้เป็นการถ่ายทอดประเพณีดั้งเดิมของสี่ภาคประเทศไทยผสมผสานกับการแสดงร่วมสมัยอย่างเปิดกว้าง เชื่อมโยง และสมดุล สอดคล้องกับธีมหลักของงานในครั้งนี้ นั่นคือ “Open. Connect. Balance.”

แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับมื้อค่ำคืออาหารที่ผ่านการรังสรรค์และปรุงอย่างพิถีพิถัน โดยเชฟชุมพล ผู้ไม่ลืมที่จะชูจุดเด่นของอาหารไทย ทั้งในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ รสชาติ และรูปลักษณ์ที่สวยงาม ในรูปแบบของอาหารฟิวชั่น ที่ผสมผสานกับความสากลอย่างลงตัว โดยอาหารที่เป็นสีสันให้กับงานก็คือ อาหารเรียกน้ำย่อย เมนู ‘Welcome to Thailand’ ที่นำเสนอของดี 4 ภาคบนจานที่ปรากฏแผนที่ประเทศไทยอย่างสวยงาม และอาหารจานหลัก ที่เรียกได้ว่าเป็นสำรับอาหารไทยแห่งความยั่งยืน

เหล่าผู้นำจากเขตเศรษฐกิจทั้ง 21 เขตจึงได้ยลโฉมซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมทางอาหารและการกินของไทยด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่าติดตาตรึงใจใครหลายๆ คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ที่โพสต์ภาพเมนู ‘Welcome to Thailand’ บน เฟซบุ๊กของตนและกล่าวชมอาหารดังกล่าวว่า นำเสนอประเทศไทยและสัญลักษณ์เอเปค 2022 ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ยังมีผู้นำที่เดินทางไปสัมผัสเมืองไทยด้วยตัวเองนอกโปรแกรมทางการของการประชุมเอเปคครั้งนี้ เริ่มที่นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ที่ดื่มดำกับซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างใกล้ชิด เพราะเขาได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน อีกทั้งยังเดินทางไปชมการต่อยมวยที่สนามมวยราชดำเนิน เที่ยววัดโพธิ์-ชมพระนอน และเดินชมถนนเยาวราช ซึ่งเป็นย่านถนนคนเดินกลางคืนและอาหารสตรีทฟู้ดยอดนิยมของกรุงเทพฯ

ต่อมาที่นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ได้เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชและเยี่ยมชมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รวมถึงซื้อของที่ตลาด อ.ต.ก. อย่าง พริกแกงเขียวหวาน ก่อนกลับสหรัฐ

กล่าวได้ว่าทางการไทยได้ดำเนินการเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศอย่างดี และเผยเสน่ห์และทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต ต่อสายตาของเหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี ในการประเมิน Global Soft Power Index 2022 ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยถูกจัดอันดับอยู่ที่ 35 จากทั้งหมด 120 ประเทศ ซึ่งน่าสังเกตว่า แม้คะแนนประเมินรวมปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนหน้า แต่อันดับกลับร่วงลงมาสองอันดับ ชี้ให้เห็นว่าประเทศอื่นๆ ได้มีการพัฒนาด้านซอฟต์พาวเวอร์แซงหน้าไทยไปแล้ว ดังนั้น การผลักดันและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ให้ดียิ่งขึ้นจึงยังเป็นโจทย์ใหญ่ของไทย ทางการไทยยังคงต้องมีการวางแผนระยะยาวและแนวทางปฏิบัติในอนาคตที่แน่ชัดมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อขับเคลื่อนให้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยมีพลังและแรงดึงดูดจูงใจที่มากขึ้นทั่วโลกในภายภาคหน้า