เกาหลีเหนือสั่งปลดเจ้าหน้าที่ทหารสูงสุดอันดับ 2 กลางที่ประชุมพรรค
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 2 มกราคมว่า ในระหว่างการประชุมประจำปีพรรคแรงงานเกาหลีเหนือเมื่อช่วงสิ้นปี 2022 ทางการเกาหลีเหนือได้ประกาศปลดนายพัค จอง ชอน เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเป็นอันดับ 2 ในกองทัพ ซึ่งเป็นรองเพียงแค่ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุของการปลดแต่อย่างใด
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ระบุว่า ในงานประชุมประจำปีของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา นายพัค ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางแห่งพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ และดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ถูกแทนที่โดยนายรี ยง กิล โดยตามปกติแล้ว เกาหลีเหนือมักจะใช้โอกาสในการประชุมพรรคแรงงานเกาหลีเหนือในช่วงปลายปี เพื่อประกาศการตัดสินใจที่สำคัญของพรรค รวมถึงประกาศปลดและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนใหม่
สถานีโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพที่นายพัค นั่งอยู่ในแถวหน้าสุดของโพเดียม โดยมีท่าทางก้มหน้าลงกับพื้น ในขณะผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ ยกมือโหวตลงคะแนนในประเด็นเกี่ยวกับบุคลากรของพรรค และในเวลาต่อมา เก้าอี้ตัวดังกล่าวก็ว่างลง
การหลุดออกจากตำแหน่งทางการทหารสูงสุดอันดับ 2 ของนายพัค เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้นำคิมเรียกร้องให้มีการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ และขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์เพื่อที่จะสามารถตอบโต้สหรัฐ และเกาหลีใต้ได้ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สำคัญในกลยุทธ์การป้องกันประเทศของเกาหลีเหนือในปี 2023
พัคไต่เต้าในตำแหน่งทางการทหารขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากตำแหน่งผู้บัญชาการปืนใหญ่ ดาวเดียวในปี 2015 ขึ้นมาเป็นแม่ทัพ 4 ดาวในปี 2020 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) รวมถึงเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นจอมพล ในปลายปีเดียวกัน โดยเขาเป็นผู้ที่ทำให้การพัฒนาขีปนาวุธพิสัยใกล้ของเกาหลีเหนือมีความก้าวหน้ามากขึ้น
ถือเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่นายพัคถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากผู้นำคิมกล่าวชื่นชมความก้าวหน้าในการพัฒนาอาวุธของกองทัพระหว่างการประชุมพรรคดังกล่าว โดยนายโอ คยอง ซุพ จากสถาบันเพื่อการรวมชาติแห่งเกาหลี ในกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่านายพัคอาจถูกปลดหลังทางการเกาหลีใต้ส่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวน 3 ลำข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีเหนือ แต่เกาหลีเหนือกลับไม่ได้ตอบโต้โดรนทั้ง 3 ลำแต่อย่างใด ซึ่งอาจหมายความว่าเกาหลีเหนือไม่สามารถตรวจจับโดรนทั้ง 3 ลำได้

