เสียงหนุนไม่พอ! ‘เควิน แมคคาร์ธี’ พ่ายโหวต 3 รอบ พลาดเก้าอี้ ปธ.สภาผู้แทนฯมะกัน
นายเควิน แมคคาร์ธี พ่ายแพ้การลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในการลงคะแนนเสียงที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม แม้จะมีการเปิดให้ลงคะแนนเสียงถึง 3 รอบ แต่เขาไม่สามารถระดมเสียงสนับสนุนได้มากพอที่ถึง 218 คะแนน แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในสภาล่างที่ 222 เสียงในปัจจุบัน
พรรครีพับลิกันกลุ่มขวาจัด 19 คนจับมือกันต่อต้านในแมคคาร์ธีทั้งด้วยเหตุผลเชิงอุดมการณ์และเหตุผลส่วนตัว พร้อมกับย้ำว่าพวกเขาจะไม่ถอยให้กับนายแมคคาร์ธีอย่างแน่นอน ทำให้ต้องไปลุ้นกันอีกครั้งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปในวันที่ 4 มกราคม ว่านายแมคคาร์ธีจะสามารถแก้ไขข้อบาดหมาง เพื่อให้ตนเองได้ขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่หรือไม่
นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2466 ที่ที่ประชุมไม่สามารถเลือกผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ในการประชุมครั้งแรก ซ้ำยังพ่ายแพ้ในการลงคะแนนเสียงติดต่อกันถึง 3 ครั้ง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรกลับมาประชุมอีกครั้งในวันพุธ จะมีการลงคะแนนเสียงต่อไปจนกว่าจะได้ผู้มีเสียงสนับสนุนข้างมาก
ล็อบบี้ยิสต์จากพรรครีพับลิกันรายหนึ่งระบุว่า แมคคาร์ธีไม่ได้ผูกมิตรกับคนบางกลุ่มในพรรคมาระยะหนึ่งแล้ว เขาสร้างศัตรูไว้มากมาย ดังนั้นจึงพูดได้ว่าการลงคะแนนเสียงในวันอังคารที่ผ่านมา มีคนที่ไม่ชอบเขาทั้งด้วยเหตุผลทางการเมืองและเหตุผลส่วนตัว
บางคนมองว่าแมคคาร์ธีเป็นพวกยึดโยงกระแสหลักและหิวอำนาจ และพยายามที่จะเสนอข้อต่อรองเพื่อให้ตนเองได้รับเลือก มีรายงานว่าเขาถึงกับตกลงที่จะให้เปลี่ยนแปลงกฎของสภาเพื่อให้ง่ายต่อการปลดประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ดำรงตำแหน่งอยู่ และยังให้อำนาจกับผู้ที่คัดค้านเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจของเขาอีกด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวกลับยิ่งทำให้เขาดูอ่อนแอมากขึ้นไปอีก
ในระหว่างการลงคะแนนเสียงที่แมคคาร์ธียังไม่ได้รับชัยชนะ ถึงกับมีการเสนอชื่อนายจิม จอร์แดน ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มขวาจัด ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนแมคคาร์ธี แต่จอร์แดนได้เรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันให้การสนับสนุนแมคคาร์ธีในการลงคะแนนเสียงรอบ 3 ปรากฏว่าสมาชิกพรรครีพับลิกัน 20 คน กลับลงคะแนนให้จอร์แดน ซึ่งทำให้แมคคาร์ธีต้องพ่ายแพ้อีกครั้ง
สภาพการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำให้เห็นถึงความท้าทายที่พรรครีพับลิกันต้องเผชิญอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อมุ่งไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2567 เนื่องจากคะแนนเสียงที่ห่างกันไม่มากระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตทำให้กลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มเล็กๆ สามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น โดยกลุ่มนี้ต้องการจัดการกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งต่อพรรคเดโมแครต รวมถึงผลักดันให้มีการสอบสวนเรื่องการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของไบเดนด้วย
หากความแตกแยกในพรรครีพับลิกันยืดเยื้อ จะบั่นทอนความหวังของพรรคในการเร่งเดินหน้าสอบสวนเรื่องต่างๆ การจัดลำดับความสำคัญในการออกกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งรวมถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอิสระในเรื่องพลังงานของสหรัฐ และความมั่นคงตามแนวชายแดน

